จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

รู้กฏหมาย รู้ทัน ไม่เสียเปรียบ

06/07/2009 GMT 1

ปัญหาและทางแก้ไขในคดีจัดการมรดก

mareen @ 06:52

รับปรึกษาคดีมรดกที่ tentitle@gmail.com

โดยทีมงานนักกฎหมายมืออาชีพ

โทร 081 - 744 - 8463

ตามที่ได้เรียนให้ทุกท่านทราบแล้วว่า คดีมรดกนั้น ดูเหมือนจะง่าย เพราะกฎหมายบัญญัติเรื่องต่างๆ ไว้ชัดเจนมาก คือ ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ พูดง่ายๆคือ มีทรัพย์ก็รับทรัพย์ไป มีหนี้ก็รับหนี้ไป ถ้าทายาทไม่มีปัญหากัน และสามารถตกลงกันได้ ทุกอย่างก็คงจบลงโดยง่าย

แต่....ที่มีปัญหาคือ การไม่ลงตัวในการแบ่งมรดกนั่นเอง เช่น ได้มากได้น้อยกว่ากันมั่ง ได้ที่สวยกว่ากันมั่ง ฉันไม่ได้คนอื่นก็ไม่มีสิทธิได้มั่ง แอบเอาคนเดียวมั่ง แล้วแต่ใครจะโชคดี ได้รับโบนัส (ความปวดหัว ปวดร้าว ปวดหัวใจ)จากการได้รับของฟรีที่ถูกเรียกว่า "กองมรดก"

ของฟรี (ที่เรียกว่าของฟรี คือ ไม่ต้องซื้อนั่นเอง) อันนี้สามารถสร้างความร้าวฉานได้อย่างร้ายกาจ บางครั้งถึงกับทำให้พี่น้องที่คลานตามกันมา ถึงกับฆ่ากันตาย

ปัญหาเกิดจากความต้องการ ของใครบางคน นั่นเอง

ต้องการเป็นใหญ่ ต้องการได้มาก

เลยเกิดการสร้างปัญหา กลไก ที่สลับซับซ้อน ทำให้คดีประเภทนี้ เป็นคดีที่ลำบาก และอันตรายมากที่สุด

เราจะเริ่มกันเลย ค่อยๆอ่าน และค่อยๆทำความเข้าใจไปนะครับ

ขอเริ่มต้อนจากวิธีการแบ่งนะครับ (ขอเอ่ยเฉพาะกรณีที่ไม่มีพินัยกรรมเท่านั้นครับ ส่วนกรณีมีพินัยกรรม ค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง )

ว่าเรื่องผู้จัดการมรดกก่อนนะครับ

ทำไม ถึงต้องมีผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป แต่ถ้าการมีผู้จัดการมรดกนั้น ผู้จัดการมรดกสามารถดำเนินการต่างๆแทนทายาท (ในฐานะตัวแทนของทายาท) ทำให้สะดวกในการจัดการมรดกด้วย เช่น ทายาทบางคนอาจทำงานอยู่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ อาจไม่สะดวกในการเดินทางมาดำเนินเรื่องแบ่งมรดก การมีผู้จัดการมรดก ทายาทเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำเรื่องรับมรดก โดยผู้จัดการมรดกสามารถดำเนินการจดทะเบียนรับมรดกให้กับทายาทนั้นได้เลย

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่อย่างไรบ้าง
ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยบัญญัติไว้มีดังนี้
1.การจัดทำบัญชีทรัพย์ ตาม มาตรา 1714
2.การจัดการงานศพของเจ้ามรดก ตาม มาตรา 1649
3.การสืบหาตัวผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ตาม มาตรา 1725
4.การเรียกเก็บหนี้สินของกองมรดก ตาม มาตรา 1736 วรรคท้าย
5.การส่งเงินและทรัพย์สินเข้ากองมรดก ตาม มาตรา 1720
6.การแถลงความเป็นไปในการจัดการมรดกแก่ทายาท ตาม มาตรา 1720 + 809 + 1732
7.ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ทายาทสั่งหรือศาลสั่ง ตาม มาตรา 1730 + 1597
8.การแจ้งหนี้สินระหว่างผู้จัดการมรดกกับกองมรดก ตาม มาตรา 1730 + 1596
9.ทำรายงานแสดงบัญชีการจัดการมรดก ตาม มาตรา 1732

ความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อทายาท
1.เพราะประมาทเลินเล่อหรือไม่ทำหน้าที่หรือทำนอกเหนืออำนาจ ตาม มาตรา 1720 + 812
2.เอาเงินของกองมรดกไปใช้ ต้องรับผิดดอกเบี้ยด้วย ตาม มาตรา 1720 + 811

ความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อบุคคลภายนอก
1.ทำโดยปราศจากอำนาจ * ย่อมไม่ผูกพันทายาท
* ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นรู้อยู่แล้วว่าผู้จัดการมรดกทำโดย
ปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือหน้าที่

2.กระทำภายหลังหมดอำนาจ * ไม่ผูกพันทายาท
เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่า คู่กรณีทำโดยสุจริต ไม่รู้ว่าผู้จัดการมรดกพ้น
หน้าที่ จะยกเอาความระงับสิ้นไป มาต่อสู้บุคคลภายนอกไม่ได้
เว้นแต่ ความไม่รู้นั้น เกิดจากความประมาทเลินเล่อของบุคคลภาย
นอกเอง ตาม มาตรา 1720 + 831

การสิ้นสุดการเป็นผู้จัดการมรดก จะยกมาเพียงบางกรณีเท่านั้นครับ
1.ผู้จัดการมรดกลาออก ตาม มาตรา 1772 วรรค 2 จะลาออกได้ต้องได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น

หากยังไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ต้องถือว่ายังอยู่ในหน้าทื่อยู่

2.ถูกศาลมีคำสั่งให้เพิกถอน

3.การแบ่งมรดกเสร็จสิ้น (เมื่อผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกให้ทายาทของเจ้ามรดกไปหมดแล้ว ย่อมถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่บัดนั้น ฎีกาที่ 1410/29)

การแบ่งมรดกนั้น
สามารถทำได้ด้วยการแยกกันครอบครองเป็นสัดส่วนของใครของมัน ทำข้อตกลงแบ่งกันก็ได้ หรือขายแล้วนำเงินมาแบ่งกันก็ได้ บางครอบครัวก็ให้เงินกันแทนการรับมรดกที่ดินก็ได้ครับ

กรณีมีพินัยกรรม แต่ทายาทตกลงกันเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากพินัยกรรม ต้องถือว่าไม่ต้องการแบ่งตามพินัยกรรม แต่ต้องการแบ่งกันตามสมควร จึงเป็นสัญญายอม ตาม มาตรา 850 ต้องกลายเป็นการแบ่งตามสัญญา (ฎีกา 3992/28)

ความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการมรดก
หากผูจัดการมรดกกระทำการโดยทุจริต โอนมรดกให้กับตนเองหรือทายาทคนอื่นโดยทายาทคนอื่นมิได้ยินยอม ต้องรับผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก แต่คดีนี้ เป็นคดีอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดี ภายในสามเดือน

อายุความต่างๆในคดีมรดก
1.ม.1733 วรรคท้าย "คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก มิให้ทายาทฟ้องเกิน 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกเสร็จสิ้นลง

ฎีกา 621/19 ทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทนับแต่เจ้ามรดกตาย ผู้จัดการมรดกเอาไปโอนให้ผู้อื่นซึ่งมิใช่ทายาท ทายาทสามารถติดตามเอาทรัพย์คืนได้ กรณีเช่นนี้มิใช่การเพิกถอนกลฉ้อฉล ไม่เกี่ยวกับการจัดการมรดกและไม่มีอายุความเรียกคืน จนกว่าจะหมดสิทธิตาม มาตรา 1382 , 1383 ผู้รับโอนจะอ้างอายุความตาม มาตรา 1733 ไม่ได้

ฎีกา 1410/29 ผู้จัดการมรดกโอนทรัพยฺมรดกให้ทายาทไป โจทก์ซึ่งเป็นทายาทฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนมรดกและแบ่งทรัพยฺมรดกให้โจทก์ ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกินกว่า 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกเสร็จ คดีเป็นอันขาดอายุความ ตาม มาตรา 1733

ฎีกา 11978/47 ตาม มาตรา 1719 ผู้จัดการมรดกต้องแบ่งทรัพย์มรดกให้กับทายาท และจะทำนิติกรรมใดๆซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฎิปักษ์ต่อกองมรดกหาได้ไม่ เว้นแต่พินัยกรรมจะอนุญาตไว้หรือได้รับอนุญาตจากศาล ตาม มาตรา 1722 การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกไปรับโอนที่ดินพิพาทอันเป็นมรดกของ ค. มาเป็นของตนเองในฐานะส่วนตัว จึงเป็นการทำนิติกรรมให้จำเลยที่ 1 มีส่วนได้เสีย อันเป็นปฎิปักษ์ต่อกองมรดก อันเป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้ง ตาม มาตรา 1722 นิติกรรมการโอนจึงตกเป็นโมฆะตาม มาตรา 150 ถือเสมือนว่ามิได้มีนิติกรรมการโอนเกิดขึ้นเลย กรรมสิทธิในที่ดินพิพาทจึงยังคงเป็นของกองมรดกของ ค.อยู่เช่นเดิม หากตกเป็นกรรมสิทธิของจำเลยที่ 1 ในยฐานะส่วนตัวไม่
เมื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวไม่มีกรรมสิทธิในที่ดินพิพาทเสียแล้ว ก็ไม่มีฐานะที่จะเอาที่ทดินพิพาทไปจำนองแก่ผู้ใดได้ ดังนั้น จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจำนองที่ดินพิพาทไว้จากจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัว ซึ่งเป็นผู้ไม่มีสิทธิที่จะจำนองได้ ย่อมไม่เกิดผลให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิตามนิติกรรมจำนอง แม้จำเลยที่2 จะอ้างว่ารับจำนองไว้โอยสุจริตก็ตาม การจำนองก็ไม่ผูกพันโจทก์ในฐานะทายาท

ฎีกา 9295/47 การที่ ป. ในฐานะผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่ตนเองซึ่งมิใข่ทายาท แม้จะเป็นการตอบแทนในการเอาเงินส่วนตัวชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแทนกองมรดก อันเป็นการจัดการมรดกทั่วไป ก็ไม่มีอำนาจกระทำ เพราะเป็นปฎิปักษ์ต่อกองมรดก เมื่อผู้ตายมิได้ทำพิพนัยกรรมอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตจากศาล จึงเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 1722 ย่อมตกเป็นโมฆะ ที่ดินทั้งสองแปลงจึงยังคงเป็นของกองมรดกอยู่

ฎีกา 2041/47 ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใด จะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้าง ตาม มาตรา 1722 ก็ได้ โจทก์ชอบที่จะฟ้องให้เพิกถอนเมื่อใดก็ได้ ฟ้องโจทก์มิใช่การฟ้องให้เพิกถอนการฉ้อฉล ตาม มาตรา 273 จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องฟ้องภายใน 1 ปี ตาม มาตรา 240

ยังไม่จบนะครับ ยังมีอีกเยอะแยะมากมาย โปรดติดตามตอนต่อไป

แต่หากท่านผู้อ่านต้องการความกระจ่างแบบต้องรู้วันนี้ โปรดเมล์หาผมได้ที่ tentitle@gmail.com or smart2lawyers@gmail.com tell 081 - 744 - 8463

01/07/2009 GMT 1

เปิดโปง กลโกงแบบไฟแนนซ์แบบสุดๆ มันทำกันอย่างไร

mareen @ 05:48

ยิ่งนับวัน ไฟแนนซ์ยิ่งมีกลยุทธ์แบบกลโกงในการรรีดเงินจากผู้เช่าซื้อหนักขึ้นทุกวัน เป็นอย่างไรบ้าง มาดูกัน

1.อย่างแรกเลย ในปัจจุบันนี้ไฟแนนซ์หลายแห่งเริ่มขายหนี้เสีย หรือ ที่ติดปากกันว่า NPL นั่นเอง ให้กับบริษัทภายนอก และให้มาบริหารหนี้เอาเอง แบบเดียวกับอิออน เฟริส์ช๊อย หรือพวกค่าโทรมือถือ นั่นเอง คือพวกหนี้จะขายหนี้ออกมาในราคาที่ไม่สมควรเปิดเผย พอซื้อแล้ว ก็จะมีพวกนักโทรทวงหนี้ฝีปากดีมั่งไม่ดีมั่งปนกันไป (แล้วแต่ผู้รับสายคนไหนจะโชคดี) โทรมาหาคุณที่บ้านมั่ง ที่ทำงานมั่ง หรือที่ไหนที่มันรู้ว่าเกี่ยวข้องกับคุณ ตามด้วยถ้อยคำที่สุดจะบรรยาย หรือบางคนเจอหนักมากจนแทบทนไม่ไหว

ในขณะเดียวกัน บริษัทพวกนี้ รวมทั้งไฟแนซ์เองจะจ้างทีมยึดรถทีละหลายทีมติดตามยึดรถเรา ซึ่งแต่ละทีมจะต่างคนต่างทำ ไม่เกี่ยวกัน พวกนี้ได้ค่าจ้างยึดเป็นรายคัน คันนึงตกประมาณ 5,000 - 10,000 บาท มันจึงตามยึดแหลก แบบไม่สนอะไรทั้งนั้น

2.การตามยึดรถนั้น ต้องมาดูการเลิกสัญญาเป็นหลัก (เอาเฉพาะกรณีชำระเงินค่างวดไม่ตรงกำหนดเวลา แต่ไฟแนนซ์ยังรับไว้โดยไม่อิดเอื้อน)คือ แบบแรก หากไม่มีหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือหนังสือบอกเลิกสัญญายังไม่ครบกำหนดให้เราชำระหนี้ ศาลมีแนวทางว่า หากยึดแบบนี้ ต้องถือว่าต่างฝ่ายต่างสมัครใจเลิกสัญญา ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมทั้งสองฝ่าย คือ ไม่สามารถเรียกร้องให้อีกฝ่ายหนึ่งชำระหนี้ใดๆได้อีก ยกเว้นค่าใช้รถระหว่างผิดสัญญา
แบบที่สอง หากพ้นกำหนดในหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงยึด แบบนี้ไฟแนนซ์จะฟ้องเรียกค่าต่างๆได้กว้างกว่า
ในทุกวันนี้ เมื่อความหิวเงินของพวกยึดรถ มันจึงไม่สนอะไรทั้งนั้น เจอเป็นยึด เพราะมันได้ค่าตามยึด พอยึดเสร็จมันก็จะเอาไปเก็บไว้ตามที่ต่างๆ บางกลุ่ม มันแกะเอาของในรถเราออก เอารถเราไปขับจนโทรมก็มีครับ

3.ดังนั้น หากคุณเห็นท่าไม่ดีแล้วว่าจะผ่อนต่อไม่ไหว แต่ยังต้องจำเป็นต้องใช้รถ คุณต้องถอดเอาอุปกรณ์ตกแต่งรถที่คุณตกแต่งเพิ่มเติมเอง ออกจากรถให้หมด นำรถเข้าตรวจสภาพรถและบันทึกการตรวจสภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ถ่ายภาพรถไว้รอบคัน เตรียมไว้ครับ และหากทำได้ตอนที่มันมายึดถ่ายเกน้ำมันไว้ด้วยก็น่าจะดี

4.ต่อมาหลังจากยึดแล้ว ไฟแนนซ์ก็จะขายทอดตลาด ผมขอข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อน เพราะได้เขียนไว้แล้วที่ http://lawthai.nireblog.com/ ในหัวข้อกลโกงไฟแนนซ์

5.มาเมื่อเมื่อพี่ท่านฟ้อง รายละเอียดเบื้องต้นดูได้ที่เดียวกับข้อ 4.

6.ติดตามความสุดแสบได้ตรงนี้ครับ
เมื่อท่านฟ้อง หากเราไปเจรจา ผมเจอคดีหนึ่งที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ไฟแนนซ์ฟ้องเรียกให้ใช้เงินตามสัญญาเช่าซื้อ จำนวน 320,000 บาท แต่พอโทรไปถามที่ไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์บอกว่าหากต้องการปิดยอดทั้งหมดต้องจ่ายทั้งสิ้น 400,000 บาท ครับ เป็นไงหล่ะ แกไม่สนเลยว่าจะฟ้องเรียกไปเท่าไหร่
พอไปคุยกับทนายโจทก์ ได้รับคำตอบว่า หากศาลมีคำพิพากษาแม้จะจ่ายตามคำพิพากษาก็ไม่โอนให้ ต้องไปจ่ายตามที่ไฟแนนซ์ต้องการเพิ่มเติมอีก จึงจะโอนให้ หรือไม่ก็ไปฟ้องคดีให้โอนอีกต่างหาก

หลายคนโดนมาแล้วครับ ไม่รู้จะทำอย่างไร จำจ่ายต้องจ่ายให้ เพราะอยากได้รับโอนรถ เพราะจ่ายมาเยอะแล้ว ถ้าเราไม่ยอมมันจะเล่นแบบนี้ครับ มันจะให้คนตามยึดรถเราต่อครับ เพื่อให้เรายอมมัน (อันนี้ผมเขียนไว้ที่อื่นแล้วเลยนำมายกตัวอย่าง = บางทีคดีศาลตัดสินแล้ว มันก็ยังยึด บางคดีทำยอมกันในศาลแล้ว มันก็ยึด ผมเจอที่ลพบุรี ศาลตัดสินตอนเช้า มันมายึดตอนบ่าย ดูมัน (ทำไม อีตอนยังไม่ฟ้อง มันไม่ยึดหว่า) พอมายึดก็อ้างว่ารถยังไม่โอน ผู้เช่าซื้อผิดสัญญามันมีสิทธิยึด (ดูมัน))

เจอแบบนี้ มึนไปเลยมั๊ยครับ

แต่ก็มีทางแก้ครับ เพียงแต่ผมไม่สามารถนำมาเขียนลงนะตรงนี้ได้ เพราะหากพวกไฟแนนซ์มาเจอ มันจะหาทางแก้ได้ หากคุณเจอเข้ากับตัวเอง กับคนรู้จัก หรือ เป็นผู้ค้ำประกัน และเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับคุณ ต้องการวิธีแก้ไขที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมล์สอบถามได้ที่ tentitle@gmail.com หรือ smart2lawyers@gmail.com โทร 081 - 744 - 8463

28/08/2008 GMT 1

ให้คำปรึกษากฎหมาย ฟรี ที่นี่

mareen @ 16:22

ให้คำปรึกษากฎหมายฟรี ที่นี่ครับ

หรือที่ อีเมล์ tentitle@gmail.com

หรือ tm_mareen@yahoo.com

หรือ โทร 081 - 744 - 8463

23/08/2008 GMT 1

WHO ARE YOU NUJJARIN ?

mareen @ 15:32

ภาค 1 นุจรินทร์... เธอชื่อ...นุจรนทร์ (o60ibomin)

ณ ดินแดนอันไม่ไกลโพ้น ประกอบด้วยมวลธาตุมากมายหลายชนิด รวมตัวก่อกำเนิดเป็นดินแดนที่สมบูรณ์ มีสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิดอาศัยอยู่รวมกัน เป็นวัฎจักรแห่งชีวิต อาศัยห่วงโซ่อาหารในการดำรงชีพ

ความขัดแย้ง การแข่งขัน การเอารัดเอาเปรียบ เริ่มทวีความรุนแรง เกินกว่าอำนาจแห่งกฎหมายจะควบคุมได้ทั้งหมด การต่อสู้ดิ้นรน เพื่อการเอาชนะ ให้ได้มาซึ่งความเป็นหนึ่ง ก่อกำเนิดขึ้น และเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีท่าทีว่าจะจบสิ้นลงง่ายๆ เงาแห่งความมืดมิด ย่างก้างเข้ามาอย่างเยือกเย็น และพร้อมจะทำลายล้าง ทุกคนที่ไม่เตรียมตัว

ไม่ห่างออกไปจากที่นี่ ระบบการสื่อสารไร้สาย ได้นำพาองค์กรแห่งหนึ่ง ที่เรียกว่า INTELIGENCE AGENCY LAWYERS MANKIND (หรือเรียกกันสั้นๆว่า I.A.L.M.) ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาทางกฎหมายของหลายคน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของพวกที่เอารัดเอาเปรียบ

พวกเขาทำงานอย่างทุ่มเท แรงกายแรงใจให้กับภารกิจที่บางครั้ง อันตรายถึงชีวิต

แต่พวกเขาไม่มีกองกำลังใดๆคอยคุ้มกัน ไม่มีอาวุธ มีเพียงคลังสมองแห่งปัญญาเท่านั้น ที่เป็นอาวุธที่แหลมคม และทรงอนุภาพ

พวกเขาจำเป็นต้องปกปิดตัวเอง เพื่อความปลอดภัย

ทุกคนได้รับการอบรม ฝึกฝนอย่างช่ำชอง จนได้รับการคัดเลือกเข้าสู่องค์กรแห่งนี้

และแล้ววันเวลาที่ทุกคน รอคอยก็มาถึง

}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}

โอ..ซ่า โอ..ซ่า โอ..ซ่า เสียงนาฬิกาปลุกของนุจรินทร์ ดังขึ้นลั่นคอนโดของเธอ ตอนตี 5 เธองัวเงียขึ้นมาปิดเสียงปลุก แล้วกะว่าจะนอนต่ออีกซํกงีบ เพราะเมื่อคืนไปฉลองกับเพื่อนทีมทนายความของ I.A.L.M. จนเมาแทบจำทางกลับบ้านไม่ถูก แต่ถึงจะเมาแค่ไหนก็ต้องตื่น ก็วันนี้เธอได้รับคำสั่งจากฝ่ายปฏิบัติการให้นั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่ เที่ยวบินที่ ทีจี 872 เธอต้องไปให้ถึงสนามบินตอน 8 โมง เพื่อจะได้ขึ้นเครื่องตอน 9 โมงเช้า เอกสารที่เธอต้องอ่านอยู่บนที่นั่งบนเครื่องบิน ทุกอย่างเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

เธอนึกขึ้นได้ แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ลืมพกพาความสวยอย่างมั่นใจของเธอไปด้วย ก่อนออกจากห้องเธอไม่ลืมที่จะสำรวจทุกอย่างในห้องอย่างละเอียด พร้อมกับรีโมทกล้องวงจรปิด ที่ถูกติดไว้ทุกซอกภายในห้องพัก โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ที่เขียนบนหน้าจอได้เลย ใช้แทนสมุดบันทึก

(คอมพิวเตอร์รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2560 มีโปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้ตามใจนึก มีข้อมูลทุกอย่าง เป็นระบบที่เขียนบนหน้าจอแล้วโปรแกรมจะแปลงเป็นตัวหนังสือแบบพิมพ์โดยอัตโนมัติ ต่ออินฟาเรดกับโทรศํพท์ สั่งการด้วยเสียง และความไฮเทคอีกมากมาย รวมทั้งตากล้องอัจฉริยะและหน่วยบันทึกเสียงอัจฉริยะ ที่คุณเพียงนึกขึ้นมา โปรแกรมจะอ่านค่าความร้อนและจังหวะการเต้นของหัวใจและอ่านค่าความต้องการและทำงานตามนั้นทันที)

เธอไปถึงสนามบินตอน 7.30 พอดี เชคอิน และนั่งจิบกาแฟ

ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่กับเที่ยวบิน ทีจี 872 ขอเชิญขึ้นเครื่องได้แล้วค่ะ เสียงประกาศจากประชาสัมพันธ์ของสนามบิน

เธอรีบเดินไปขึ้นเครื่องทันที ตื่นเต้นอยากรู้ว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมาย คืออะไร

ทันทีที่เธอนั่งลงบนที่นั่งบนเครื่องบิน แอร์สาวสวยเดินยื้มหวานมาที่เธอทันที

"คุณนุจรินทร์ ใช่หรือเปล่า ค่ะ" แอร์โฮสเตสถาม พร้อมกับยื่นมือให้กับเธอ และแอบส่งไมโครซิป ให้กับเธอ "ของคุณค่ะ" แล้วก็เดินไปทางตอนท้ายของเครื่องบิน

นุจรินทร์ รับแล้วรีบเสียบไมโครซิปนั้นเข้ากับโทรศัพท์มือถือของเธอทันที และต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของเธอ เพื่อดูข้อมูล เธอมีเวลา 15 นาที ก่อนเครื่องจะ TAKE OFF

เธอรีบอ่านคำสั่งทันที "ไปขึ้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เวลา 11.00 น. เรื่องคดีเช่าซื้อ รายละเอียดตามนี้"

เธอนั่งอ่านสำนวนคำฟ้องที่บริษัทให้เช่าซื้อรถยนต์แห่งหนึ่ง ฟ้องเรียกผู้เช่าซื้อให้ชำระค่าขาดราคา ค่าขาดประโยชน์ ค่าติดตาม ดอกเบี้ยค้างชำระ

โธ่..นึกว่าอะไร เจ้านายทำไมชอบทำให้ตื่นเต้นอยู่เรื่อย เรื่องแค่นี้เอง เธอนึกในใจ เพราะคดีประเภทนี้เป็นคดีที่เธอมีความชำนาญเป็นพิเศษ

แต่ที่เธอยังไม่รู้ว่า อะไรกำลังรอคอยเธออยู่

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

เสียงสัญญาณดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือของเธอ

เธอหยิบออกจากกระเป๋ามาดูว่าใครติดต่อมา

ปรากฎข้อความบนหน้าจอของเธอว่า A.I.L.M. นั่นซึ่งหมายถึงข้อความจากองค์กรของเธอนั่นเอง

เธอเปิดดูทันที "ไปห้องรับรอง 4208 ที่ศาล จ.เชียงใหม่ พบผู้พิพากษาสมภพ อัยการเฉลิมชัย เขารออยู่ โชคดี" เธออ่านแล้วก็ปิดหน้าจอนั้นทันที

รถตู้พาเธอมาถึงศาลจังหวัดเชียงใหม่ เธอมุ่งหน้าไปที่จุดนัดพบทันที

ที่ห้องรับรองที่ 4208 ประตูห้องเปิดอยู่ ชาย 2 คน นั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะแบบวงกลมแบบหรูหรา ชายสองคนนั่งบนเก้าอี้คนละตัว เก้าอี้ว่างหนึ่งตัว สำหรับเธอ

"เชิญนั่ง คุณทนาย" เสียงจากชายหนึ่งในห้องนั้นเชิญ เธอลงนั่ง

"ขอบคุณค่ะ"

"เชิญท่านอัยการเฉลิมชัย"

"จำเลยในคดีที่คุณต้องว่าความให้นี้ เป็นทายาทคนเดียวของคุณอิศเรศ วิศวกรการบิน ที่ออกแบบรถรุ่นใหม่ให้กับบริษัทผลิตอากาศยาน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการทดลองอยู่ เมื่อ 2 ปีก่อน เขาซื้อรถคันหนึ่ง เป็นรถกันกระสุน โดยทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัททีเป็นโจทก์ในคดีนี้ เราทราบว่าเขาทำสัญญาเช่าซื้อ เพื่อตกแต่งบัญชีทางการเงิน คุณอิศเรศผ่อนชำระมาเรื่อย เมื่อ 8 เดือนก่อน รถของเขาถูกลอบยิงจากเฮลิปคอปเตอร์ แต่ยิงไม่สำเร็จ แต่รถเสียหลักไปชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทาง รถเกิดเพลิงไหม้ แทบทั้งคัน แต่คุณอิศเรศรอดตายราวปาฏิหาร อีก 2 สัปดาห์ เขาเสียชีวิตพร้อมภรรยา เพราะเครื่องบินเล็กที่เขาขับตก ที่เชียงราย ทางการสอบสวนพบว่า มีคนทำให้เครื่องยนต์ขัดข้อง สรุปว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ เขาถูกฆาตกรรม เราสงสัยคนใกล้ชิดเขา" อัยการเฉลิมชัยร่ายยาว

"ตอนนี้ลูกชายเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ อายุแค่ 12 ปี เขาจำเป็นต้องมีผู้ดูแลในเรื่องทรัพย์สิน น้องชายคุณอิศเรศ เคยยื่นคำร้อง เพื่อขอเป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน มีญาติฝ่ายเมียคุณอิศเรศมาคัดค้าน ยังไม่ทันไต่สวน ผู้ที่มาคัดค้าน เสียชีวิตทางรถยนต์ ตำรวจยังหาสาเหตุไม่ได้ ผมเลยยกคำร้องของน้องชายคุณอิศเรศด้วย เพราะดูแล้วลูกชายคุณอิศเรศอาจจะอยู่ในอันตราย เพราะคุณอิศเรศมีหุ้นกับน้องชายทำบริษัทเกี่ยวกับการบิน และมีบริษัทในเครืออีกหลายแห่ง มูลค่ามหาศาลเลย อัยการเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของคุณอิศเรศ ผมมีคำสั่งแต่งตั้งท่านอัยการเฉลิมชัยไปแล้ว แต่อัยการต้องการให้คุณช่วย เราถึงเรียกตัวคุณมา" ท่านผู้พิพากษาสมภพร่ายยาวเช่นกัน

"พรุ่งนี้ตอน 9.00 ผมจะอ่านคำสั่ง แต่งตั้งคุณเป็นทนายความให้กับทายาทของคุณอิศเรศ" ท่านสมภพกล่าวต่อ

"ผู้กองนิด มือดีของหน่วยคุ้มครองพยาน จะคอยดูแลความปลอดภัยให้คุณ ขอให้โชคดี" ผู้พิพากษาสมภพ กล่าวส่งท้าย

เธอลุกจากที่นั่งพร้อมกล่าวลาบุคคลทั้งสอง แล้วเดินตามหมวดนิดไป ขึ้นรถที่หน้าศาล

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

"คุณนุจรินทร์ ใช่หรือเปล่าครับ" เสียงชายหนุ่มท่าทางสง่า ในชุดสูทสีดำ ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอ พร้อมกับผู้ชายอีก 2 คน

"ลูกเป็นลอยน้ำ 2 วัน" นุจรินทร์ ถามกลับ เพราะนี่คือรหัสที่ต้องถาม เพื่อความปลอดภัยของเธอในภารกิจครั้งนี้

"วันอังคารกับวันพฤหัส" ชายหนุ่มตอบกลับ

ชายหนุ่มตอบรหัสถูกต้อง เธอเดินไปกับชายหนุ่มนั้นทันที

มีรถตู้มารอรับเธอที่หน้าสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ชายหนุ่มเปิดประตูรถตู้ให้กับเธอ แล้วขึ้นไปนั่งตอนหน้าคู่คนขับ ชายอีก 2 คนเดินไปขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้ออีกคันหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ข้างหน้า แล้วรถทั้งสองคันก็เคลื่อนตามกันออกไป

โอ.เจ.ซิมป์สัน ฆ่าคน หลุดดีได้อย่างไร

mareen @ 15:25

โจเรน-ฮาล เจมส์ ซิมป์สัน หรือ โอ.เจ.ซิมป์สัน นักอเมริกันฟุตบอล ชื่อดังระดับโลก ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแห่งนครลอสแองเจอลิส ในข้อหาฆาตกรรมอดีตภรรยาและชายค่ใหม่
คดีนี้มีการประโคมข่าว เป็นที่สนใจของคนทั่วโลก
คนทั่วโลกตั้งข้อสังเกตว่าเขาคงไม่พ้นผิด
การสืบพยานทั้งฝ่ายอัยการโจทก์ และทนายฝ่ายจำเลย ใช้เวลายาวนานถึง 8 เดือน
โจทก์สืบพยานทั้งสิ้น 72 ปาก จำเลยสืบพยาน 54 ปาก
พยานเอกสารและพยานวัตถุที่ยื่นต่อศาลของฝ่ายโจทก์ 723 ชิ้น ของฝ่ายจำเลย 392 ชิ้น
คำให้การพยานโจทก์และจำเลยในคดีนี้ มีมากถึง 5,000 หน้า
โจทก์ใช้เวลาสืบพยานหลักฐานฝ่ายตน 34 วัน โดยใช้อัยการถึง 9 คน
จำเลยใช้ทนายความแก้ต่าง 11 คน
นครรัฐลอสแองเจอริสเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 9 ล้านดอลล่าร์
ส่วนฝ่ายจำเลยไม่เป็นที่เปิดเผย แต่คาดว่าจะสูงกว่าโจทก์ หลายเท่าตัว

สื่อมวลชนที่ติดตามข่าวการดำเนินคดีนี้อย่างใกล้ชิดติดพัน มีมากกว่า 1,000 ราย โดยศาลจัดห้องให้นักข่าวเป็นพิเศษ มีโทรศัพท์ติดตั้งให้ใช้ในการส่งสัญญาณข่าวไปยังต้นสังกัดของตนถึง 250 เครื่อง
คณะลูกขุนต้องทำงานถึง 370 วัน นับแต่วันได้รับเลือก โดยใช้เวลาแยกแยะข้อเท็จจริง 263 วัน
ส่วน โอ.เจ.ซฺมป์สัน ต้องถูกขังระหว่างพิจารณ 472 วัน เพราะศาลไม่ยอมให้ประกันตัว

******************************************************************
โอ.เจ.ซิมป์สัน เป็นนักอเมริกันฟุตบอล มีชื่อก้องโลก การตกเป็นจำเลยของเขาจึงเป็นที่สนใจของคนทั้งโลก
เขาถูกกล่าวหาว่าฆ่าอดีตภรรยา นิโคล บราวน์ ซิมป์สัน กับคู่ใหม่ของเธอ ชื่อ โรนัลด์ โกลแมน
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุยายน 1994 เวลาประมาณ 22.22 น. ตามคำฟ้องของอัยการโจทก์ พฤติการณ์ในการฆ่าเหี้ยมโหด โดยอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ศาลลงโทษฐานฆ่าคนโดยวางแผนและไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะที่ศพของผู้ตายทั้งสองถูกแทงและเชือดคอเกือบขาดด้วยมีดปลายแหลม และมีร่องรอยการต่อสู้ด้วย
******************************************************************

ต่อไปนี้คือลำดับเหตุการณ์ตามที่อัยการโจทก์นำสืบต่อศาล
21.22 น.ของคืนวันที่ 12 มิถุนายน 1994 อลัน ปาร์ค ขับรถลีมูซีนไปรับซิมป์สันที่คฤหาสน์หรูหราของซิมป์สัน เพื่อรับเขาไปสนามบิน แต่พอไปถึงไม่พบซิมป์สัน
22.01 น.ของคืนเดียวกัน ซิมป์สันปรากฎตัวที่รถ โดยแคลิน กับ อลัน ช่วยกันขนกระเป๋าของเขาขึ้นรถ เพื่อไปที่สนามบิน
00.10 น.พบศพของนิโคลและโรแนลด์ สภาพศพถูกแทงและเชือดคอจนเกือบขาด ร่องรอยบาดแผลที่ศพโรแนลด์แสดงให้เห็นว่ามีร่องรอยการต่อสู้
04.15 น.ซิมป์สันเช็คอินเข้าโรงแรมโอแฮร์ พลาซ่า ในชิคาโก้ อีก 15 นาที ต่อมาตำรวจได้บุกเข้าไปในคฤหาสน์ของเขา และพบเลือดเป็นทาง พร้อมถุงมือและถุงเท้าเปื้อนเลือด
12.00 น.ของวันที่ 13 มิถุนายน 1994 ซิมป์สันถูกควบคุมตัว แต่ถูกปล่อยตัวมาในวันเดียวกัน
17 มิถุนายน 1994 ตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่ซิมป์สันไม่ยอมมอบตัว เขาถูกไล่จับได้บนถนนฟรีเวย์ ศาลไม่อนุญาตให้ประกันดัว
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

ศาลนครลอสแองเจอลิส เริ่มพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 1994
ฝ่ายอัยการมีมาร์เซีย คลาร์ค กับคริสโตเฟอร์ ดาร์เดน อัยการมือหนึ่งเก่งที่สุดในกรมอัยการของลอสแองเจอลิส เป็นผู้นำทีม
โดยฝ่ายอัยการโจทก์ได้เปิดคดีด้วยอุปนิสัยของซิมป์สัน ว่า หากดูเผินๆ แต่เปลือกนอก ซิมป์สันเป็นคนใจดี มีเมตตา แต่พฤติกรรมที่แท้จริงของเขากลับเป็นคนขี้อิจฉา เจ้าอารมณ์ เคยทุบตีนิโคล ภรรยา จนยับเยิน นิโคลเคยเข้าแจ้งตำรวจอย่างน้อย 8 - 9 ครั้ง และภ่ายภาพฟกช้ำดำเขียวไว้ด้วย ภาพที่โดนซ้อมจนแขนขาเดาะก็มี โดยเธอเก็บภาพนี้ไว้ในตู้นิรภัย เพราะเธอเชื่อว่าซิมป์สันต้องฆ่าเธอแน่ๆ
โดยที่คดีนี้ ไม่มีประจักษ์พยาน อัยการโจทก์จึงเน้นที่การพิสูจน์ด้วย DNA ซึ่งได้ผลยืนยันว่า คราบเลือดที่พบในที่เกิดเหตุ กับที่พบที่คฤหาสน์ของซิมป์สัน และที่ถุงมือถุงเท้าของเขาเป็นของซิมป์สันจำเลย
นอกจากนั้นยังได้นำสืบเน้นที่เวลาใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุฆาตกรรมในคดีนี้ด้วย นั่นคือ เมื่อฆ่าผู้ตายทั้งสองที่คอนโดของนิโคลแล้ว จำเลยก็ขับรถฟอร์ดบร็องโก้ของตัวกลับบ้าน ซ฿งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร พอกลับถึงบ้านก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด แล้วออกมาพบอลัน ปาร์ค แก้ตัวกับปาร์คว่า เผลอนอนหลับไป จึงไม่ได้ออกไปพบตามเวลานัด
การที่จำเลยว่าจ้างอลันให้ขับลีมูซีนขับไปส่งที่สนามบินและบินไปชิคาโก้ อัยการเน้าว่าเป็นการกระทำเพื่ออ้างฐานที่อยู่ไว้ต่อสู้คดี
พยานหลักฐานที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ นักสืบมาร์ค ฟรีแมน ผู้พบถุงมือเปื้อนเลือดในคฤหาสน์ของจำเลย อันสอดคล้องกับการทำ DNA เพื่อพิสูจน์ว่ารอยเลือดในที่เกิดเหตุกับที่คฤหาสน์ของจำเลยเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่พยานปากนี้ถูกโจมตีเป็นตำรวจผิวขาวที่นิยมเหยียดผิว
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
ผู้พิพากษาลานซ์ อิโตะ ซึ่งเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น เป็นผูพิพากษาในคดีนี้ ชี้แจงกับคณะลูกขุนว่า ถ้าพยานหลักฐานโจทก์มีความสงสัยตามสมควร คณะลูกขุนต้องชี้ขาดว่าจำเลยไม่ผิด แต่ถ้าชี้ว่าจำเลยไม่ผิด ต้องถุกปล่อยตัวทันที
คำชี้ขาดของคณะลูกขุน คือ จำเลยไม่ผิด หรือ น็อต กิลตี้
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
หากใครไม่ได้อ่านต่อ คงเดาไม่ถูกว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ทั้งที่หลักฐานหลายชิ้นมัดตัวซิมป์สันแน่นหนาจนแทบไม่มีทางออก แม้แต่ตัวซิมป์สันเอง ยังคิดว่าตัวเองต้องถูกพิพากษาว่าผิด
ติดตามกันดูครับ
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

ศาลพิพากษาว่าจำเลยไมมีความผิด เพราะสาเหตุมีเหตุสงสัยตามสมควรนั่นเอง
อะไรที่ทำให้คณะลูกขุน และศาลสงสัยพยานโจทก์
อัยการโจทก์เอานักสืบเหยียดผิว อย่างมารค์ ฟรีแมน ขึ้นให้การ โดยเขาโกหกว่าไม่เคยเหยียดผิว ทั้งที่มีเทปบันทึกเสียงว่า เขาทำพยานหลักฐานเท็จ ฟรีแมนเป็นคนพบหลักฐานสำคัญในคดี คือ ถุงมือเปื้อนเลือด แต่เหตุที่เขาเป็นคนเหยียดผิว จึงทำให้คดีอยู่ในข่ายต้องสงสัย และเปิดช่องให้ทนายจำเลยชัดเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่
และถุงมือเปื้อนเลือดที่ซิมป์สันได้มาเป็นของกลาง แต่ต้องยัดมันตั้งนาน กว่าจะสวมมือจำเลยได้
ทั้งรอยเลือดก็ถูกปล่อยให้แห้งไปตั้งนาน ทำให้เลือดที่ได้จึงไมพอต่อการพิสูจน์
เหตุผลของพยานหลักญานที่คลุมเครือ ศาลต้องยกฟ้อง
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

04/08/2008 GMT 1

อายุความคดีเช่าซื้อ

mareen @ 16:07

อายุความคดีเช่าซื้อ

ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ อายุความ 2 ปี

ค่าเสียหายจากการที่ผู้เช่าซื้อใช้ทรัพย์สินโดยมิชอบ อายุความ 6 เดือน

ค่าขาดราคา ค่าขาดประโยชน์ ค่าติดตาม เรียกให้ส่งคืนหรือใช้ราคาแทน อายุความ 10ปี

ความรู้เรื่องเครดิตบูโรหรือ แบล็คลิส blacklist

mareen @ 16:02

ความรู้เรื่องเครดิตบูโรหรือ แบล็คลิส blacklist

ความรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร

ช่วงนี้มีแต่คนถามเกี่ยวกับเรื่องการติดแบล็คลิส เครดิตบูโร เห็นว่าคนทั่งไปยังมีความเข้าใขที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อยุ่ค่อยข้างมากทีเดียว จึงรวบรวมข้อมูล จาก web ของ ncb มี สรุปคร่าวๆ ข้อมูลที่เก็บเครดิตบูโรจะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลของการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิต ซึ่งข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วย ข้อมูลส่วนที่บ่งชี้ตัวบุคคล เช่น ชื่อ ทีอยู่ เลขประจำตัวประชาชน และอีกส่วนหนึ่งเป็นประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิต รวมเรียกว่า "รายงานข้อมูลเครดิต" รายงานข้อมูลเครดิตจะมีการบันทึกและจัดเก็บวงเงินยอดหนี้คงค้าง รวมถึงประวัติการผิดนัดชำระในแต่ละสิ้นเดือนย้อนหลังไม่เกิน 36 เดือน ข้อมูลเครดิตในฐานข้อมูลมิใช่เป็นแบล็กลิสแต่อย่างใด จะเป็นการรายงานประวัติการผ่อนชำระตามความเป็นจริง และในกรณีที่มีการประนอมหนี้และผ่อนชำระ โดยไม่เคยค้างชำระ ธนาคารก็จะรายงานเป็นปกติ เพราะสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขใหม่ ในกรณีที่ถูกฟ้องศาลหรือขายทอดตลาด สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะส่งข้อเท็จจริงดังกล่าวมาบันทึกในระบบฐานข้อมูลของบริษัทด้วยข้อมูลเครดิตมีการบันทึกไว้ทุกๆ สิ้นเดือน เป็นลักษณะของประวัติ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นเป็นรายเดือน โดยสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตมีหน้าที่นำส่งข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าเข้ามาในฐานข้อมูลของบริษัท และเมื่อมีการชำระหนี้เสร็จสิ้นทั้งหมดในเดือนใด ก็จะรายงานว่าปิดบัญชี ไม่มีภาระหนี้คงเหลือแล้วในเดือนนั้น และข้อมูลดังกล่าวจะจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลอีก 3 ปี นับจากวันที่ได้รับรายงานจากสมาชิก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วข้อมูลจะถูกลบออกไป เพียงแต่จะปรากฏข้อมูลใหม่ว่าได้ชำระเสร็จสิ้นแล้วปัจจุบันนี้ประวัติการชำระค่าโทรศัพท์มือถือยังไม่ถูกนำส่งมาที่บริษัทข้อมูลเครดิต จึงไม่มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อปัจจุบันยังไม่มีการนำส่งข้อมูลจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเข้ามาในระบบข้อมูลเครดิตสามารถตรวจสอบข้อมูลเครดิตได้ด้วยตัวท่านเอง ผ่าน ธนาคารนครหลวงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศได้

ไฟแนนซ์จะยึดรถ ต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาก่อนหรือไม่

mareen @ 15:57

ไฟแนนซ์จะยึดรถ ต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาก่อนหรือไม่

ไฟแนนซ์สามารถยึดรถคืนได้เลยหรือไม่ หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้มากกว่า 3 งวดติดต่อกัน

เพราะที่พบเห็นก็คือมีทำแบบนี้กันทุกที่เลย

แต่มีคุณคนหนึ่งมาบอกว่าทำไม่ได้ ต้องขออำนาจศาลก่อน ก็เลยงงงงว่าแล้วที่ทำกันทั่วประเทศก็ผิดกฏหมายน่ะสิ รบกวนช่วยตอบด้วยนะครับ

ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเสมอไปครับ เพียงแต่มันมีข้อแตกต่างกันนิดหน่อยครับ

ต้องย้อนกลับไปดูที่การชำระค่างวดครับ ถ้าชำระตรงทุกงวดมาตลอด แล้วขาดส่งไปเลย แบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาครับ มายึดได้เลยเมื่อขาดส่งครบ 3 เดือน (ระยะเวลาเนี่ย แล้วแต่จะระบุในสัญานะครับ ที่ว่า 3 เดือน เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างเท่านั้นครับ ส่วนจริงๆจะกี่เดือนต้องดูในสัญญาครับ จะมีระบุไว้ครับ) กรณีนี้สามารถเรียกร้องเอากับผู้เช่าซื้อได้ตามสัญญาทุกประการ

ถ้าชำระไม่ตรง เช่น กำหนดชำระวันที่ 5 แต่เราชำระวันที่ 6 บ้าง 8 บ้าง 10 บ้าง แต่ไฟแนนซ์ก็รับไว้โดยไม่ว่าอะไร กรณีนี้ส่วนใหญ่จะมีหนังสือบอกเลิกสัญญาครับ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป แล้วแต่บริษัทครับ แต่ส่วนมากจะมีครับ

ข้อแตกต่างอยู่ตรงที่ ถ้าชำระไม่ตรง เมื่อมีหนังสือบอกเลิกสัญญา แล้วมายึดรถ ถือว่าผู้เช่าซื้อเป็นฝ่ายผิดนัด ต้องรับผิดตามสัญญา
ถ้าชำระไม่ตรง และไม่มีหนังสือบอกเลิกสัญญา แต่มายึดรถเลย กฎหมายถือว่าเป็นการสมัครใจเลิกสัญญากัน ต่างฝ่ายต่างคืนสู่ฐานะเดิม ไม่มีฝ่ายใดผิดนัด ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกร้องเพียงค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระระหว่างวันที่ไม่จ่ายค่างวด จนถึงวันที่ยึดรถไป ค่าขาดประโยชน์เรียกได้ ค่าขาดราคาเรียกไม่ได้ มันต่างกันตรงนี้ครับ

กลโกงไฟแนนซ์

mareen @ 15:54

กลโกงไฟแนนซ์
วันนี้ผมจะเปิดโปงกลโกงของไฟแนนซ์บางเรื่อง ขอย้ำว่าบางเรื่องเท่านั้น

1.สัญญาที่คุณทำกับไฟแนนซ์ คือสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเป็นสัญญาสำเร็จรูป นั่นคือ คุณไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือต่อรองใดๆ ในสัญญานั้นได้เลย หน้าที่ของคุณ คือ ลงชื่อ เท่านั้น ไม่งั้นก็อด เท่านี้ คุณก็อยู่ในภาวะที่ไม่อาจขัดขืนได้

2.ต่อมาเมื่อคุณลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อแล้ว บางคนดีใจ ฉลองรถใหม่กันหน้าชื่น คุณต้องชำระหนี้เขา ทุกวันที่....ตามที่เขากำหนด หากจ่ายช้า จะมีเสียงโทรศัพท์แวดใส่หูคุณ พร้อมกับคำที่คุณไม่ค่อยอยากจะฟัง พอๆกับบอกว่า "...กรุณาเติมเงินด้วยค่ะ" ทำนองนั้น หลังจากนั้น คุณก็ต้องวิ่งตาลีตาเหลือก รีบหามาให้เขา แต่ยังไม่จบแค่นี้ครับ

3.ถ้าคุณจ่ายทุกอย่างดูเหมือนจะจบ แต่ คุณค้าง 2 งวด คุณต้องจ่ายค่างวดทั้ง 2 งวด ค่าติดตาม ซึ่งบางทีเจ้าหล่อนจะแจ้งงว่า 5,000 ค่าเบี้ยปรับล่าช้า บางทียังมีค่าต่อสัญญา อันนี้แหล่ะครับ ที่เริ่มออกอาการแล้ว ซึ่งพอคุณจ่ายไป ไฟแนนซ์ก็จะออกใบเสร็จให้คุณ โดยจะนำไปตัดเป็นค่าติดตาม ค่าเบี้ยปรับ ค่าอะไรต่อมิอะไร แล้วแต่ท่านจะนึกออก สุดท้ายเหลือเท่าไหร่จึงนำมาตัดเป็นค่างวด บางทีจ่ายค่างวดตรงงวดอยู่ แต่ทำไมยังถูกบอกว่ายังไม่ทันงวดซักที คุณโทรไปเถียง เจ้าหล่อนก็จะบอกคุณแค่ว่าเป็นระเบียบบริษัท คุณก็จะได้แต่มึนเท่านั้นเอง บางบริษัท สุดโกง ไม่ออกใบเสร็จให้ก็มี เพราะอะไรรู้มั๊ยครับ เพราะเงินที่เขารับจากเรา หากมีใบเสร็จต้องเสียภาษีไงหล่ะ บางทีออกย้อนหลัง หลังจากครบปีภาษีแล้วก็มี คุณไม่มีทางตรวจสอบเขาได้หรอกครับ อย่าไปคิด

4.ทีนี้หากคุณผ่อนไม่ไหว ค้างค่างวดหลายงวด เข้าข่ายผ่อนไม่ไหวแล้ว ไฟแนนซ์ก็จะมีหนังสือมาบอกเลิกสัญญา โดยแจ้งยอดว่าคุณต้องชำระเท่าไหร่ ภายในกี่วัน มิฉะนั้นจะถือเอาหนังสือนี้เป็นการบอกเลิกสัญญา แล้วจะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้รับจ้างจากไฟแนนซ์ ไปยึดรถคุณถึงบ้าน เขาจะพูดคุยกับคุณสารพัดเพื่อให้คุณคืนรถแต่โดยดี แต่คำยอดฮิตก็คือ "คืนรถแล้วทุกอย่างก็จบ...ไม่ต้องจ่ายอะไรอีก " หากเจอถ้อยคำทำนองนี้ คุณโดนหลอกครับ และที่สำคัญ มันมักจะไปยึดตอนที่เราไม่รู้ตัว อุปกรณ์ตกแต่งรถที่เราตกแต่งเพิ่ม มันตกเป็นของเขาซะแล้ว ไม่มีโอกาสได้รื้อหรือเก็บออกจากรถเลย (ผมมีคดีหนึ่งมาปรึกษาผม ให้ดูเป็นอุทธาหรณ์ ผู้เช่าซื้อผ่อนรถไม่ไหว รอไฟแนนซืมายึด วันเกิดเหตุขับรถคันนี้ มาทำงานและจอดไว้ที่ทำงานตามปกติ ออกจากที่ทำงานจะกลับบ้าน ไม่เห็นรถ นึกว่าไฟแนนซ์มายึดไปแล้ว แกก็เฉย นึกว่าไม่มีอะไร ต่อมามีคำฟ้องเรียกให้แกคืนรถ แกเลยงง เอาเข้าจริงๆรถคันนี้โดนขโมยครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่านอนหลับทับสิทธิครับ ไม่เช่นนั้น อาจเป็นเช่นนี้ ใครก็ช่วยคุณไม่ได้)

5.เมื่อพี่ท่านยึดไปแล้ว ท่านก็จะนำไปขายทอดตลาด บอกว่าขายตามสภาพ แต่ความเป้นจริง รถบางคันมีประกันชั้นหนึ่ง หากซ่อมก่อน ก็จะได้ราคาสูงกว่านี้ แต่พี่ท่านไม่ยอมทำครับ ไม่ทราบสาเหตุ นอกจากว่าไม่ใช่เรื่องของผม การตั้งราคาขายทอดตลาดก็จะต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป เขาก็จะประกาศให้คนมาซื้อ แต่ส่วนใหญ่คือพวกเต๊นท์รถครับ เขาจะขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 4 หมื่น - 1 แสนบาทเลยครับ

6.เมื่อขายได้แล้วพี่แก ก็จะให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้คุณไปใช้หนี้ตามที่เขากำหนด เป็นธรรมหรือไม่ คนที่เคยเจอตอบได้ชัดเจนที่สุดครับ

7.หากคุณไม่ใช้พี่แกก็จะฟ้องครับ ฟ้องอะไรบ้างติดตามดูความโกงขอไฟแนนซ์กันต่อ
1.ค่าขาดราคา (ในกรณียึดรถได้) ราคาที่เขาขายมันต่ำครับ อันนี้เรื่องแรก ยังไม่หมดครับ เวลาฟ้องค่าขาดราคา พี่แกจะคิดตามสัญญาเลย โดยนำภาษีมูลค่าเพิ่มมารวมด้วย แต่ตัวเลขที่ขายได้ พี่แกไม่นำภาษีมูลค่าเพิ่มมารวมครับ และอ้างว่าเราใช้รถโดยไม่รักษา ทั้งที่รถเราใช้อย่างทะนุถนอมสุดขีด
2.ให้ชดใช้ราคา (ในกรณียึดรถไม่ได้) ในกรณีนี้พี่แกเรียกเต็มราคาเลยครับ ผิดกับกรณียึดรถขายทอดตลาด พี่แกจะให้ราคาต่ำมาก
3.ค่าขาดประโยชน์ พี่แกจะอ้างว่าสามารถนำออกให้เช่าได้ทั้งที่พี่แกไม่เคยเอาออกให้เช่าเลย
4.ค่าติดตาม บางไฟแนนซ์เรียกซะเวอร์ 5 พันมั่ง 8 พันมั่ง
5.ดอกเบี้ย ตามกฎหมายมีสิทธิเรียกได้แค่ 7.5 เรียกให้ตายก็ได้แค่นี้ แต่บางไฟแนนซ์แกเรียก 15 บางทีล่อเอา mrr mrl อะไรมั่วไปหมด

ยังไม่หมดเท่านี้ครับ ผมบอกแล้วว่าเป็นบางเรื่อง

เมื่อฟังเรื่องไฟแนนซ์ตัวแสบแล้ว

โรบินฮู๊ดยุคไซเบอร์อย่างเรารึจะยอมแพ้ ใครอยากรู้วิธีแก้กลโกงของไฟแนนซ์ แบบถูกกฎหมาย เมล์ไปที่ tentitle@gmail.com

เทคนิคในการเตรียมตัวสู้คดีไปแนนซ์ที่คุณต้องเตรียม เพื่อเอาชนะไฟแนนซ์

mareen @ 15:48

เทคนิคในการเตรียมตัวสู้คดีไปแนนซ์ที่คุณต้องเตรียม เพื่อเอาชนะไฟแนนซ์

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า ต้องรู้ก่อนว่าไฟแนนซ์เขามีสิทธิเรียกร้องอะไรบ้าง
มาดูกัน
1.ค่าเช่าซื้อทื่ค้างชำระ
2.ค่าขาดประโยชน์
3.ค่าขาดราคา (ในกรณีที่เขายึดรถแล้วนำไปขายทอดตลาด)
4.ค่าติดตาม
5.ดอกเบี้ย

สิ่งที่เราต้องเตรียมไว้ก็คือ
1.ใบเสร็จรับเงินทุกใบที่เราได้รับจากไฟแนนซ์
2.สัญญาเช่าซื้อ
3.หนังสือบอกเลิกสัญญา
4.ราคาเงินสดของรถที่เช่าซื้อ
5.ราคารถตามท้องตลาดขณะที่เขามายึดรถ ถ้าจะให้ดีควรมีหนังสือรถมือสองเก็บไว้เปรียบเทียบไว้ก่อน)
6.ภาพถ่ายรถ ตัวเลขเข็มไมล์ กรมธรรม์ประกันภัย

วิธีการและขั้นตอนของไฟแนนซ์
1.เมื่อคุณขาดส่ง เขาจะให้คนโทรตามคุณ
2.หากคุณขาดส่งเกิน 3 งวด หรือ กี่งวดก็แล้วแต่ตามสัญญา เขาจะให้คนตามยึด
3.เมื่อเขายึดได้ เขาจะนำรถออกไปขายทอดตลาด
4.ไฟแนนซ์จะมีหนังสือแจ้งคุณว่าจะขายเมื่อใด แต่จะให้โอกาสคุณไปใช้หนี้ก่อน หากคุณไม่ไปใช้หนี้ เขาก็จะขายทอดตลาด
5.สุดท้ายไฟแนนซ์ก็จะยื่นฟ้องคุณ

แล้วผมจะเปิดโปงกลโกงของไฟแนนซ์ให้ทราบกันคราวหน้าครับ
สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tentitle@gmail.com

กรุ | สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี