เปิดโปง กลโกงแบบไฟแนนซ์แบบสุดๆ มันทำกันอย่างไร
ยิ่งนับวัน ไฟแนนซ์ยิ่งมีกลยุทธ์แบบกลโกงในการรรีดเงินจากผู้เช่าซื้อหนักขึ้นทุกวัน เป็นอย่างไรบ้าง มาดูกัน
1.อย่างแรกเลย ในปัจจุบันนี้ไฟแนนซ์หลายแห่งเริ่มขายหนี้เสีย หรือ ที่ติดปากกันว่า NPL นั่นเอง ให้กับบริษัทภายนอก และให้มาบริหารหนี้เอาเอง แบบเดียวกับอิออน เฟริส์ช๊อย หรือพวกค่าโทรมือถือ นั่นเอง คือพวกหนี้จะขายหนี้ออกมาในราคาที่ไม่สมควรเปิดเผย พอซื้อแล้ว ก็จะมีพวกนักโทรทวงหนี้ฝีปากดีมั่งไม่ดีมั่งปนกันไป (แล้วแต่ผู้รับสายคนไหนจะโชคดี) โทรมาหาคุณที่บ้านมั่ง ที่ทำงานมั่ง หรือที่ไหนที่มันรู้ว่าเกี่ยวข้องกับคุณ ตามด้วยถ้อยคำที่สุดจะบรรยาย หรือบางคนเจอหนักมากจนแทบทนไม่ไหว
ในขณะเดียวกัน บริษัทพวกนี้ รวมทั้งไฟแนซ์เองจะจ้างทีมยึดรถทีละหลายทีมติดตามยึดรถเรา ซึ่งแต่ละทีมจะต่างคนต่างทำ ไม่เกี่ยวกัน พวกนี้ได้ค่าจ้างยึดเป็นรายคัน คันนึงตกประมาณ 5,000 - 10,000 บาท มันจึงตามยึดแหลก แบบไม่สนอะไรทั้งนั้น
2.การตามยึดรถนั้น ต้องมาดูการเลิกสัญญาเป็นหลัก (เอาเฉพาะกรณีชำระเงินค่างวดไม่ตรงกำหนดเวลา แต่ไฟแนนซ์ยังรับไว้โดยไม่อิดเอื้อน)คือ แบบแรก หากไม่มีหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือหนังสือบอกเลิกสัญญายังไม่ครบกำหนดให้เราชำระหนี้ ศาลมีแนวทางว่า หากยึดแบบนี้ ต้องถือว่าต่างฝ่ายต่างสมัครใจเลิกสัญญา ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมทั้งสองฝ่าย คือ ไม่สามารถเรียกร้องให้อีกฝ่ายหนึ่งชำระหนี้ใดๆได้อีก ยกเว้นค่าใช้รถระหว่างผิดสัญญา
แบบที่สอง หากพ้นกำหนดในหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงยึด แบบนี้ไฟแนนซ์จะฟ้องเรียกค่าต่างๆได้กว้างกว่า
ในทุกวันนี้ เมื่อความหิวเงินของพวกยึดรถ มันจึงไม่สนอะไรทั้งนั้น เจอเป็นยึด เพราะมันได้ค่าตามยึด พอยึดเสร็จมันก็จะเอาไปเก็บไว้ตามที่ต่างๆ บางกลุ่ม มันแกะเอาของในรถเราออก เอารถเราไปขับจนโทรมก็มีครับ
3.ดังนั้น หากคุณเห็นท่าไม่ดีแล้วว่าจะผ่อนต่อไม่ไหว แต่ยังต้องจำเป็นต้องใช้รถ คุณต้องถอดเอาอุปกรณ์ตกแต่งรถที่คุณตกแต่งเพิ่มเติมเอง ออกจากรถให้หมด นำรถเข้าตรวจสภาพรถและบันทึกการตรวจสภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ถ่ายภาพรถไว้รอบคัน เตรียมไว้ครับ และหากทำได้ตอนที่มันมายึดถ่ายเกน้ำมันไว้ด้วยก็น่าจะดี
4.ต่อมาหลังจากยึดแล้ว ไฟแนนซ์ก็จะขายทอดตลาด ผมขอข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อน เพราะได้เขียนไว้แล้วที่ http://lawthai.nireblog.com/ ในหัวข้อกลโกงไฟแนนซ์
5.มาเมื่อเมื่อพี่ท่านฟ้อง รายละเอียดเบื้องต้นดูได้ที่เดียวกับข้อ 4.
6.ติดตามความสุดแสบได้ตรงนี้ครับ
เมื่อท่านฟ้อง หากเราไปเจรจา ผมเจอคดีหนึ่งที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ไฟแนนซ์ฟ้องเรียกให้ใช้เงินตามสัญญาเช่าซื้อ จำนวน 320,000 บาท แต่พอโทรไปถามที่ไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์บอกว่าหากต้องการปิดยอดทั้งหมดต้องจ่ายทั้งสิ้น 400,000 บาท ครับ เป็นไงหล่ะ แกไม่สนเลยว่าจะฟ้องเรียกไปเท่าไหร่
พอไปคุยกับทนายโจทก์ ได้รับคำตอบว่า หากศาลมีคำพิพากษาแม้จะจ่ายตามคำพิพากษาก็ไม่โอนให้ ต้องไปจ่ายตามที่ไฟแนนซ์ต้องการเพิ่มเติมอีก จึงจะโอนให้ หรือไม่ก็ไปฟ้องคดีให้โอนอีกต่างหาก
หลายคนโดนมาแล้วครับ ไม่รู้จะทำอย่างไร จำจ่ายต้องจ่ายให้ เพราะอยากได้รับโอนรถ เพราะจ่ายมาเยอะแล้ว ถ้าเราไม่ยอมมันจะเล่นแบบนี้ครับ มันจะให้คนตามยึดรถเราต่อครับ เพื่อให้เรายอมมัน (อันนี้ผมเขียนไว้ที่อื่นแล้วเลยนำมายกตัวอย่าง = บางทีคดีศาลตัดสินแล้ว มันก็ยังยึด บางคดีทำยอมกันในศาลแล้ว มันก็ยึด ผมเจอที่ลพบุรี ศาลตัดสินตอนเช้า มันมายึดตอนบ่าย ดูมัน (ทำไม อีตอนยังไม่ฟ้อง มันไม่ยึดหว่า) พอมายึดก็อ้างว่ารถยังไม่โอน ผู้เช่าซื้อผิดสัญญามันมีสิทธิยึด (ดูมัน))
เจอแบบนี้ มึนไปเลยมั๊ยครับ
แต่ก็มีทางแก้ครับ เพียงแต่ผมไม่สามารถนำมาเขียนลงนะตรงนี้ได้ เพราะหากพวกไฟแนนซ์มาเจอ มันจะหาทางแก้ได้ หากคุณเจอเข้ากับตัวเอง กับคนรู้จัก หรือ เป็นผู้ค้ำประกัน และเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับคุณ ต้องการวิธีแก้ไขที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมล์สอบถามได้ที่ tentitle@gmail.com หรือ smart2lawyers@gmail.com โทร 081 - 744 - 8463

digg it
del.icio.us