<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" >
<channel>
<title>รู้กฏหมาย  รู้ทัน  ไม่เสียเปรียบ </title>
<link>http://lawthai.nireblog.com</link>
<description> </description>
<pubDate>Sun, 22 Nov 2009 18:08:29 +0100</pubDate>
<image>
<title>รู้กฏหมาย  รู้ทัน  ไม่เสียเปรียบ </title>
<url>http://static.nireblog.com/imagenes/logo.png</url>
<link>http://lawthai.nireblog.com</link>
</image>
<generator>http://nireblog.com</generator>
	<item>
	<title>ปัญหาและทางแก้ไขในคดีจัดการมรดก</title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2009/07/06/aaaaaaayaaaaaaaaaafaaaauaaaaaaaaaa</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2009/07/06/aaaaaaayaaaaaaaaaafaaaauaaaaaaaaaa</guid>
		<description><![CDATA[<p>รับปรึกษาคดีมรดกที่ tentitle@gmail.com</p>
<p>โดยทีมงานนักกฎหมายมืออาชีพ</p>
<p>โทร 081 - 744 - 8463</p>
<p>ตามที่ได้เรียนให้ทุกท่านทราบแล้วว่า  คดีมรดกนั้น ดูเหมือนจะง่าย  เพราะกฎหมายบัญญัติเรื่องต่างๆ ไว้ชัดเจนมาก  คือ ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่  พูดง่ายๆคือ มีทรัพย์ก็รับทรัพย์ไป  มีหนี้ก็รับหนี้ไป  ถ้าทายาทไม่มีปัญหากัน  และสามารถตกลงกันได้  ทุกอย่างก็คงจบลงโดยง่าย</p>
<p>แต่....ที่มีปัญหาคือ การไม่ลงตัวในการแบ่งมรดกนั่นเอง  เช่น  ได้มากได้น้อยกว่ากันมั่ง  ได้ที่สวยกว่ากันมั่ง  ฉันไม่ได้คนอื่นก็ไม่มีสิทธิได้มั่ง  แอบเอาคนเดียวมั่ง  แล้วแต่ใครจะโชคดี  ได้รับโบนัส (ความปวดหัว  ปวดร้าว  ปวดหัวใจ)จากการได้รับของฟรีที่ถูกเรียกว่า "กองมรดก"    </p>
<p>ของฟรี (ที่เรียกว่าของฟรี  คือ ไม่ต้องซื้อนั่นเอง) อันนี้สามารถสร้างความร้าวฉานได้อย่างร้ายกาจ  บางครั้งถึงกับทำให้พี่น้องที่คลานตามกันมา  ถึงกับฆ่ากันตาย  </p>
<p>ปัญหาเกิดจากความต้องการ  ของใครบางคน  นั่นเอง</p>
<p>ต้องการเป็นใหญ่  ต้องการได้มาก  </p>
<p>เลยเกิดการสร้างปัญหา  กลไก  ที่สลับซับซ้อน  ทำให้คดีประเภทนี้  เป็นคดีที่ลำบาก  และอันตรายมากที่สุด</p>
<p>เราจะเริ่มกันเลย  ค่อยๆอ่าน และค่อยๆทำความเข้าใจไปนะครับ  </p>
<p>ขอเริ่มต้อนจากวิธีการแบ่งนะครับ  (ขอเอ่ยเฉพาะกรณีที่ไม่มีพินัยกรรมเท่านั้นครับ  ส่วนกรณีมีพินัยกรรม  ค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง )</p>
<p>ว่าเรื่องผู้จัดการมรดกก่อนนะครับ</p>
<p>ทำไม ถึงต้องมีผู้จัดการมรดก<br />
ผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป  แต่ถ้าการมีผู้จัดการมรดกนั้น  ผู้จัดการมรดกสามารถดำเนินการต่างๆแทนทายาท (ในฐานะตัวแทนของทายาท) ทำให้สะดวกในการจัดการมรดกด้วย เช่น  ทายาทบางคนอาจทำงานอยู่ต่างจังหวัด  หรือต่างประเทศ  อาจไม่สะดวกในการเดินทางมาดำเนินเรื่องแบ่งมรดก  การมีผู้จัดการมรดก  ทายาทเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำเรื่องรับมรดก  โดยผู้จัดการมรดกสามารถดำเนินการจดทะเบียนรับมรดกให้กับทายาทนั้นได้เลย</p>
<p>ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่อย่างไรบ้าง<br />
ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยบัญญัติไว้มีดังนี้<br />
1.การจัดทำบัญชีทรัพย์ ตาม มาตรา 1714<br />
2.การจัดการงานศพของเจ้ามรดก ตาม มาตรา 1649<br />
3.การสืบหาตัวผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ตาม มาตรา  1725<br />
4.การเรียกเก็บหนี้สินของกองมรดก  ตาม มาตรา 1736 วรรคท้าย<br />
5.การส่งเงินและทรัพย์สินเข้ากองมรดก ตาม มาตรา 1720<br />
6.การแถลงความเป็นไปในการจัดการมรดกแก่ทายาท ตาม มาตรา 1720 + 809 + 1732<br />
7.ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ทายาทสั่งหรือศาลสั่ง ตาม มาตรา 1730 + 1597<br />
8.การแจ้งหนี้สินระหว่างผู้จัดการมรดกกับกองมรดก ตาม มาตรา 1730 + 1596<br />
9.ทำรายงานแสดงบัญชีการจัดการมรดก ตาม มาตรา 1732</p>
<p>ความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อทายาท<br />
1.เพราะประมาทเลินเล่อหรือไม่ทำหน้าที่หรือทำนอกเหนืออำนาจ ตาม มาตรา 1720 + 812<br />
2.เอาเงินของกองมรดกไปใช้ ต้องรับผิดดอกเบี้ยด้วย ตาม มาตรา 1720 + 811</p>
<p>ความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อบุคคลภายนอก<br />
1.ทำโดยปราศจากอำนาจ  * ย่อมไม่ผูกพันทายาท<br />
                                    * ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดเป็นส่วนตัว<br />
                                   เว้นแต่  จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นรู้อยู่แล้วว่าผู้จัดการมรดกทำโดย<br />
                                        ปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือหน้าที่ </p>
<p>2.กระทำภายหลังหมดอำนาจ     *  ไม่ผูกพันทายาท<br />
                                                   เว้นแต่  จะพิสูจน์ได้ว่า  คู่กรณีทำโดยสุจริต  ไม่รู้ว่าผู้จัดการมรดกพ้น<br />
                                                   หน้าที่  จะยกเอาความระงับสิ้นไป  มาต่อสู้บุคคลภายนอกไม่ได้<br />
                                                   เว้นแต่  ความไม่รู้นั้น เกิดจากความประมาทเลินเล่อของบุคคลภาย<br />
                                                   นอกเอง  ตาม มาตรา  1720 + 831</p>
<p>การสิ้นสุดการเป็นผู้จัดการมรดก  จะยกมาเพียงบางกรณีเท่านั้นครับ<br />
1.ผู้จัดการมรดกลาออก ตาม มาตรา 1772 วรรค 2 จะลาออกได้ต้องได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น  </p>
<p>หากยังไม่ได้รับอนุญาตจากศาล  ต้องถือว่ายังอยู่ในหน้าทื่อยู่</p>
<p>2.ถูกศาลมีคำสั่งให้เพิกถอน</p>
<p>3.การแบ่งมรดกเสร็จสิ้น  (เมื่อผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกให้ทายาทของเจ้ามรดกไปหมดแล้ว ย่อมถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่บัดนั้น ฎีกาที่ 1410/29)</p>
<p>การแบ่งมรดกนั้น<br />
สามารถทำได้ด้วยการแยกกันครอบครองเป็นสัดส่วนของใครของมัน  ทำข้อตกลงแบ่งกันก็ได้ หรือขายแล้วนำเงินมาแบ่งกันก็ได้  บางครอบครัวก็ให้เงินกันแทนการรับมรดกที่ดินก็ได้ครับ      </p>
<p>กรณีมีพินัยกรรม แต่ทายาทตกลงกันเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากพินัยกรรม  ต้องถือว่าไม่ต้องการแบ่งตามพินัยกรรม  แต่ต้องการแบ่งกันตามสมควร  จึงเป็นสัญญายอม ตาม มาตรา 850  ต้องกลายเป็นการแบ่งตามสัญญา  (ฎีกา 3992/28)</p>
<p>ความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการมรดก<br />
หากผูจัดการมรดกกระทำการโดยทุจริต  โอนมรดกให้กับตนเองหรือทายาทคนอื่นโดยทายาทคนอื่นมิได้ยินยอม  ต้องรับผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก  แต่คดีนี้ เป็นคดีอันยอมความได้  ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดี ภายในสามเดือน</p>
<p>อายุความต่างๆในคดีมรดก<br />
1.ม.1733 วรรคท้าย "คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก มิให้ทายาทฟ้องเกิน 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกเสร็จสิ้นลง</p>
<p>ฎีกา 621/19  ทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทนับแต่เจ้ามรดกตาย  ผู้จัดการมรดกเอาไปโอนให้ผู้อื่นซึ่งมิใช่ทายาท  ทายาทสามารถติดตามเอาทรัพย์คืนได้  กรณีเช่นนี้มิใช่การเพิกถอนกลฉ้อฉล  ไม่เกี่ยวกับการจัดการมรดกและไม่มีอายุความเรียกคืน  จนกว่าจะหมดสิทธิตาม มาตรา 1382 , 1383  ผู้รับโอนจะอ้างอายุความตาม มาตรา 1733 ไม่ได้</p>
<p>ฎีกา 1410/29  ผู้จัดการมรดกโอนทรัพยฺมรดกให้ทายาทไป  โจทก์ซึ่งเป็นทายาทฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนมรดกและแบ่งทรัพยฺมรดกให้โจทก์  ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกินกว่า 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกเสร็จ  คดีเป็นอันขาดอายุความ ตาม มาตรา 1733</p>
<p>ฎีกา 11978/47  ตาม มาตรา  1719  ผู้จัดการมรดกต้องแบ่งทรัพย์มรดกให้กับทายาท  และจะทำนิติกรรมใดๆซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฎิปักษ์ต่อกองมรดกหาได้ไม่  เว้นแต่พินัยกรรมจะอนุญาตไว้หรือได้รับอนุญาตจากศาล ตาม มาตรา 1722 การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกไปรับโอนที่ดินพิพาทอันเป็นมรดกของ ค. มาเป็นของตนเองในฐานะส่วนตัว  จึงเป็นการทำนิติกรรมให้จำเลยที่ 1 มีส่วนได้เสีย อันเป็นปฎิปักษ์ต่อกองมรดก  อันเป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้ง ตาม มาตรา 1722  นิติกรรมการโอนจึงตกเป็นโมฆะตาม มาตรา 150  ถือเสมือนว่ามิได้มีนิติกรรมการโอนเกิดขึ้นเลย  กรรมสิทธิในที่ดินพิพาทจึงยังคงเป็นของกองมรดกของ ค.อยู่เช่นเดิม  หากตกเป็นกรรมสิทธิของจำเลยที่ 1 ในยฐานะส่วนตัวไม่<br />
                เมื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวไม่มีกรรมสิทธิในที่ดินพิพาทเสียแล้ว  ก็ไม่มีฐานะที่จะเอาที่ทดินพิพาทไปจำนองแก่ผู้ใดได้  ดังนั้น   จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจำนองที่ดินพิพาทไว้จากจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัว ซึ่งเป็นผู้ไม่มีสิทธิที่จะจำนองได้  ย่อมไม่เกิดผลให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิตามนิติกรรมจำนอง  แม้จำเลยที่2 จะอ้างว่ารับจำนองไว้โอยสุจริตก็ตาม  การจำนองก็ไม่ผูกพันโจทก์ในฐานะทายาท</p>
<p>ฎีกา 9295/47  การที่ ป. ในฐานะผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่ตนเองซึ่งมิใข่ทายาท  แม้จะเป็นการตอบแทนในการเอาเงินส่วนตัวชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแทนกองมรดก  อันเป็นการจัดการมรดกทั่วไป  ก็ไม่มีอำนาจกระทำ  เพราะเป็นปฎิปักษ์ต่อกองมรดก  เมื่อผู้ตายมิได้ทำพิพนัยกรรมอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตจากศาล  จึงเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 1722  ย่อมตกเป็นโมฆะ  ที่ดินทั้งสองแปลงจึงยังคงเป็นของกองมรดกอยู่</p>
<p>ฎีกา 2041/47  ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใด  จะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้าง ตาม มาตรา 1722  ก็ได้  โจทก์ชอบที่จะฟ้องให้เพิกถอนเมื่อใดก็ได้  ฟ้องโจทก์มิใช่การฟ้องให้เพิกถอนการฉ้อฉล  ตาม มาตรา 273  จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องฟ้องภายใน 1 ปี ตาม มาตรา 240 </p>
<p>ยังไม่จบนะครับ  ยังมีอีกเยอะแยะมากมาย  โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>แต่หากท่านผู้อ่านต้องการความกระจ่างแบบต้องรู้วันนี้  โปรดเมล์หาผมได้ที่  tentitle@gmail.com  or  smart2lawyers@gmail.com  tell 081 - 744 - 8463
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2009/07/06/aaaaaaayaaaaaaaaaafaaaauaaaaaaaaaa#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 06 Jul 2009 06:52:39 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>เปิดโปง  กลโกงแบบไฟแนนซ์แบบสุดๆ  มันทำกันอย่างไร</title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2009/07/01/aeaaaaaa-aayaaaaasasaayaaaaaoeaasasaaaa-aaaaaaaaaacaaaaa</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2009/07/01/aeaaaaaa-aayaaaaasasaayaaaaaoeaasasaaaa-aaaaaaaaaacaaaaa</guid>
		<description><![CDATA[<p>ยิ่งนับวัน  ไฟแนนซ์ยิ่งมีกลยุทธ์แบบกลโกงในการรรีดเงินจากผู้เช่าซื้อหนักขึ้นทุกวัน  เป็นอย่างไรบ้าง  มาดูกัน</p>
<p>1.อย่างแรกเลย  ในปัจจุบันนี้ไฟแนนซ์หลายแห่งเริ่มขายหนี้เสีย หรือ ที่ติดปากกันว่า NPL นั่นเอง  ให้กับบริษัทภายนอก และให้มาบริหารหนี้เอาเอง  แบบเดียวกับอิออน เฟริส์ช๊อย  หรือพวกค่าโทรมือถือ นั่นเอง  คือพวกหนี้จะขายหนี้ออกมาในราคาที่ไม่สมควรเปิดเผย  พอซื้อแล้ว ก็จะมีพวกนักโทรทวงหนี้ฝีปากดีมั่งไม่ดีมั่งปนกันไป (แล้วแต่ผู้รับสายคนไหนจะโชคดี) โทรมาหาคุณที่บ้านมั่ง ที่ทำงานมั่ง หรือที่ไหนที่มันรู้ว่าเกี่ยวข้องกับคุณ  ตามด้วยถ้อยคำที่สุดจะบรรยาย  หรือบางคนเจอหนักมากจนแทบทนไม่ไหว     </p>
<p>ในขณะเดียวกัน  บริษัทพวกนี้ รวมทั้งไฟแนซ์เองจะจ้างทีมยึดรถทีละหลายทีมติดตามยึดรถเรา  ซึ่งแต่ละทีมจะต่างคนต่างทำ  ไม่เกี่ยวกัน  พวกนี้ได้ค่าจ้างยึดเป็นรายคัน  คันนึงตกประมาณ 5,000 - 10,000 บาท  มันจึงตามยึดแหลก  แบบไม่สนอะไรทั้งนั้น  </p>
<p>2.การตามยึดรถนั้น  ต้องมาดูการเลิกสัญญาเป็นหลัก  (เอาเฉพาะกรณีชำระเงินค่างวดไม่ตรงกำหนดเวลา  แต่ไฟแนนซ์ยังรับไว้โดยไม่อิดเอื้อน)คือ แบบแรก  หากไม่มีหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือหนังสือบอกเลิกสัญญายังไม่ครบกำหนดให้เราชำระหนี้  ศาลมีแนวทางว่า หากยึดแบบนี้  ต้องถือว่าต่างฝ่ายต่างสมัครใจเลิกสัญญา  ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมทั้งสองฝ่าย  คือ ไม่สามารถเรียกร้องให้อีกฝ่ายหนึ่งชำระหนี้ใดๆได้อีก  ยกเว้นค่าใช้รถระหว่างผิดสัญญา<br />
แบบที่สอง  หากพ้นกำหนดในหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงยึด  แบบนี้ไฟแนนซ์จะฟ้องเรียกค่าต่างๆได้กว้างกว่า<br />
ในทุกวันนี้ เมื่อความหิวเงินของพวกยึดรถ  มันจึงไม่สนอะไรทั้งนั้น เจอเป็นยึด  เพราะมันได้ค่าตามยึด  พอยึดเสร็จมันก็จะเอาไปเก็บไว้ตามที่ต่างๆ  บางกลุ่ม มันแกะเอาของในรถเราออก  เอารถเราไปขับจนโทรมก็มีครับ  </p>
<p>3.ดังนั้น หากคุณเห็นท่าไม่ดีแล้วว่าจะผ่อนต่อไม่ไหว  แต่ยังต้องจำเป็นต้องใช้รถ  คุณต้องถอดเอาอุปกรณ์ตกแต่งรถที่คุณตกแต่งเพิ่มเติมเอง  ออกจากรถให้หมด  นำรถเข้าตรวจสภาพรถและบันทึกการตรวจสภาพเป็นลายลักษณ์อักษร  ถ่ายภาพรถไว้รอบคัน  เตรียมไว้ครับ  และหากทำได้ตอนที่มันมายึดถ่ายเกน้ำมันไว้ด้วยก็น่าจะดี  </p>
<p>4.ต่อมาหลังจากยึดแล้ว  ไฟแนนซ์ก็จะขายทอดตลาด  ผมขอข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อน เพราะได้เขียนไว้แล้วที่  http://lawthai.nireblog.com/  ในหัวข้อกลโกงไฟแนนซ์  </p>
<p>5.มาเมื่อเมื่อพี่ท่านฟ้อง  รายละเอียดเบื้องต้นดูได้ที่เดียวกับข้อ 4.</p>
<p><strong>6.ติดตามความสุดแสบได้ตรงนี้ครับ</strong><br />
<strong>เมื่อท่านฟ้อง  หากเราไปเจรจา  ผมเจอคดีหนึ่งที่ศาลจังหวัดธัญบุรี  ไฟแนนซ์ฟ้องเรียกให้ใช้เงินตามสัญญาเช่าซื้อ จำนวน 320,000 บาท  แต่พอโทรไปถามที่ไฟแนนซ์  ไฟแนนซ์บอกว่าหากต้องการปิดยอดทั้งหมดต้องจ่ายทั้งสิ้น 400,000 บาท ครับ  เป็นไงหล่ะ  แกไม่สนเลยว่าจะฟ้องเรียกไปเท่าไหร่<br />
พอไปคุยกับทนายโจทก์ ได้รับคำตอบว่า หากศาลมีคำพิพากษาแม้จะจ่ายตามคำพิพากษาก็ไม่โอนให้  ต้องไปจ่ายตามที่ไฟแนนซ์ต้องการเพิ่มเติมอีก  จึงจะโอนให้  หรือไม่ก็ไปฟ้องคดีให้โอนอีกต่างหาก  </strong></p>
<p>หลายคนโดนมาแล้วครับ  ไม่รู้จะทำอย่างไร  จำจ่ายต้องจ่ายให้  เพราะอยากได้รับโอนรถ  เพราะจ่ายมาเยอะแล้ว  ถ้าเราไม่ยอมมันจะเล่นแบบนี้ครับ  มันจะให้คนตามยึดรถเราต่อครับ  เพื่อให้เรายอมมัน  (อันนี้ผมเขียนไว้ที่อื่นแล้วเลยนำมายกตัวอย่าง  = บางทีคดีศาลตัดสินแล้ว  มันก็ยังยึด  บางคดีทำยอมกันในศาลแล้ว  มันก็ยึด  ผมเจอที่ลพบุรี  ศาลตัดสินตอนเช้า มันมายึดตอนบ่าย  ดูมัน  (ทำไม อีตอนยังไม่ฟ้อง  มันไม่ยึดหว่า) พอมายึดก็อ้างว่ารถยังไม่โอน ผู้เช่าซื้อผิดสัญญามันมีสิทธิยึด (ดูมัน))</p>
<p>เจอแบบนี้  มึนไปเลยมั๊ยครับ  </p>
<p>แต่ก็มีทางแก้ครับ  เพียงแต่ผมไม่สามารถนำมาเขียนลงนะตรงนี้ได้  เพราะหากพวกไฟแนนซ์มาเจอ  มันจะหาทางแก้ได้  หากคุณเจอเข้ากับตัวเอง กับคนรู้จัก หรือ เป็นผู้ค้ำประกัน  และเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับคุณ  ต้องการวิธีแก้ไขที่ถูกต้องตามกฎหมาย  เมล์สอบถามได้ที่  tentitle@gmail.com หรือ  smart2lawyers@gmail.com  โทร 081 - 744 - 8463
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2009/07/01/aeaaaaaa-aayaaaaasasaayaaaaaoeaasasaaaa-aaaaaaaaaacaaaaa#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 05:48:55 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ให้คำปรึกษากฎหมาย  ฟรี  ที่นี่</title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/28/afaaaaaaaaaaaazaaaac-ayaau-aauaaaua</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/28/afaaaaaaaaaaaazaaaac-ayaau-aauaaaua</guid>
		<description><![CDATA[<p>ให้คำปรึกษากฎหมายฟรี  ที่นี่ครับ</p>
<p>หรือที่ อีเมล์  tentitle@gmail.com</p>
<p>หรือ  tm_mareen@yahoo.com</p>
<p>หรือ  โทร  081 - 744 - 8463
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/28/afaaaaaaaaaaaazaaaac-ayaau-aauaaaua#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Thu, 28 Aug 2008 16:22:37 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>WHO ARE YOU NUJJARIN ?</title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/23/who-are-you-nujjarin</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/23/who-are-you-nujjarin</guid>
		<description><![CDATA[<p>ภาค 1  นุจรินทร์... เธอชื่อ...นุจรนทร์ (o60ibomin)</p>
<p>ณ ดินแดนอันไม่ไกลโพ้น ประกอบด้วยมวลธาตุมากมายหลายชนิด  รวมตัวก่อกำเนิดเป็นดินแดนที่สมบูรณ์  มีสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิดอาศัยอยู่รวมกัน  เป็นวัฎจักรแห่งชีวิต  อาศัยห่วงโซ่อาหารในการดำรงชีพ  </p>
<p> ความขัดแย้ง  การแข่งขัน  การเอารัดเอาเปรียบ  เริ่มทวีความรุนแรง  เกินกว่าอำนาจแห่งกฎหมายจะควบคุมได้ทั้งหมด  การต่อสู้ดิ้นรน  เพื่อการเอาชนะ  ให้ได้มาซึ่งความเป็นหนึ่ง  ก่อกำเนิดขึ้น  และเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า  ไม่มีท่าทีว่าจะจบสิ้นลงง่ายๆ  เงาแห่งความมืดมิด  ย่างก้างเข้ามาอย่างเยือกเย็น  และพร้อมจะทำลายล้าง  ทุกคนที่ไม่เตรียมตัว </p>
<p>ไม่ห่างออกไปจากที่นี่  ระบบการสื่อสารไร้สาย  ได้นำพาองค์กรแห่งหนึ่ง  ที่เรียกว่า  INTELIGENCE  AGENCY  LAWYERS  MANKIND   (หรือเรียกกันสั้นๆว่า  I.A.L.M.)  ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาทางกฎหมายของหลายคน  เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของพวกที่เอารัดเอาเปรียบ  </p>
<p>พวกเขาทำงานอย่างทุ่มเท  แรงกายแรงใจให้กับภารกิจที่บางครั้ง  อันตรายถึงชีวิต  </p>
<p>แต่พวกเขาไม่มีกองกำลังใดๆคอยคุ้มกัน  ไม่มีอาวุธ  มีเพียงคลังสมองแห่งปัญญาเท่านั้น  ที่เป็นอาวุธที่แหลมคม  และทรงอนุภาพ  </p>
<p>พวกเขาจำเป็นต้องปกปิดตัวเอง  เพื่อความปลอดภัย  </p>
<p>ทุกคนได้รับการอบรม ฝึกฝนอย่างช่ำชอง  จนได้รับการคัดเลือกเข้าสู่องค์กรแห่งนี้</p>
<p>และแล้ววันเวลาที่ทุกคน  รอคอยก็มาถึง </p>
<p>}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}}</p>
<p>โอ..ซ่า  โอ..ซ่า  โอ..ซ่า  เสียงนาฬิกาปลุกของนุจรินทร์  ดังขึ้นลั่นคอนโดของเธอ  ตอนตี 5  เธองัวเงียขึ้นมาปิดเสียงปลุก  แล้วกะว่าจะนอนต่ออีกซํกงีบ  เพราะเมื่อคืนไปฉลองกับเพื่อนทีมทนายความของ  I.A.L.M. จนเมาแทบจำทางกลับบ้านไม่ถูก  แต่ถึงจะเมาแค่ไหนก็ต้องตื่น  ก็วันนี้เธอได้รับคำสั่งจากฝ่ายปฏิบัติการให้นั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่  เที่ยวบินที่ ทีจี 872  เธอต้องไปให้ถึงสนามบินตอน 8 โมง  เพื่อจะได้ขึ้นเครื่องตอน 9 โมงเช้า  เอกสารที่เธอต้องอ่านอยู่บนที่นั่งบนเครื่องบิน  ทุกอย่างเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว  </p>
<p>เธอนึกขึ้นได้ แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว  แต่ไม่ลืมพกพาความสวยอย่างมั่นใจของเธอไปด้วย  ก่อนออกจากห้องเธอไม่ลืมที่จะสำรวจทุกอย่างในห้องอย่างละเอียด  พร้อมกับรีโมทกล้องวงจรปิด  ที่ถูกติดไว้ทุกซอกภายในห้องพัก  โทรศัพท์มือถือ  คอมพิวเตอร์ที่เขียนบนหน้าจอได้เลย ใช้แทนสมุดบันทึก</p>
<p>(คอมพิวเตอร์รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2560 มีโปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้ตามใจนึก  มีข้อมูลทุกอย่าง  เป็นระบบที่เขียนบนหน้าจอแล้วโปรแกรมจะแปลงเป็นตัวหนังสือแบบพิมพ์โดยอัตโนมัติ  ต่ออินฟาเรดกับโทรศํพท์  สั่งการด้วยเสียง  และความไฮเทคอีกมากมาย  รวมทั้งตากล้องอัจฉริยะและหน่วยบันทึกเสียงอัจฉริยะ  ที่คุณเพียงนึกขึ้นมา  โปรแกรมจะอ่านค่าความร้อนและจังหวะการเต้นของหัวใจและอ่านค่าความต้องการและทำงานตามนั้นทันที)</p>
<p>เธอไปถึงสนามบินตอน 7.30 พอดี  เชคอิน  และนั่งจิบกาแฟ  </p>
<p>ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่กับเที่ยวบิน ทีจี 872 ขอเชิญขึ้นเครื่องได้แล้วค่ะ  เสียงประกาศจากประชาสัมพันธ์ของสนามบิน  </p>
<p>เธอรีบเดินไปขึ้นเครื่องทันที  ตื่นเต้นอยากรู้ว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมาย คืออะไร  </p>
<p>ทันทีที่เธอนั่งลงบนที่นั่งบนเครื่องบิน  แอร์สาวสวยเดินยื้มหวานมาที่เธอทันที  </p>
<p>"คุณนุจรินทร์  ใช่หรือเปล่า ค่ะ"  แอร์โฮสเตสถาม  พร้อมกับยื่นมือให้กับเธอ  และแอบส่งไมโครซิป  ให้กับเธอ  "ของคุณค่ะ"  แล้วก็เดินไปทางตอนท้ายของเครื่องบิน</p>
<p>นุจรินทร์ รับแล้วรีบเสียบไมโครซิปนั้นเข้ากับโทรศัพท์มือถือของเธอทันที  และต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของเธอ  เพื่อดูข้อมูล  เธอมีเวลา 15 นาที  ก่อนเครื่องจะ  TAKE  OFF  </p>
<p>เธอรีบอ่านคำสั่งทันที  "ไปขึ้นศาลจังหวัดเชียงใหม่  เวลา  11.00 น.  เรื่องคดีเช่าซื้อ  รายละเอียดตามนี้"</p>
<p>เธอนั่งอ่านสำนวนคำฟ้องที่บริษัทให้เช่าซื้อรถยนต์แห่งหนึ่ง  ฟ้องเรียกผู้เช่าซื้อให้ชำระค่าขาดราคา  ค่าขาดประโยชน์ ค่าติดตาม  ดอกเบี้ยค้างชำระ  </p>
<p>โธ่..นึกว่าอะไร  เจ้านายทำไมชอบทำให้ตื่นเต้นอยู่เรื่อย  เรื่องแค่นี้เอง  เธอนึกในใจ  เพราะคดีประเภทนี้เป็นคดีที่เธอมีความชำนาญเป็นพิเศษ  </p>
<p>แต่ที่เธอยังไม่รู้ว่า  อะไรกำลังรอคอยเธออยู่</p>
<p>]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]</p>
<p>เสียงสัญญาณดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือของเธอ</p>
<p>เธอหยิบออกจากกระเป๋ามาดูว่าใครติดต่อมา  </p>
<p>ปรากฎข้อความบนหน้าจอของเธอว่า A.I.L.M.  นั่นซึ่งหมายถึงข้อความจากองค์กรของเธอนั่นเอง</p>
<p>เธอเปิดดูทันที  "ไปห้องรับรอง 4208 ที่ศาล จ.เชียงใหม่  พบผู้พิพากษาสมภพ  อัยการเฉลิมชัย  เขารออยู่  โชคดี"  เธออ่านแล้วก็ปิดหน้าจอนั้นทันที</p>
<p>รถตู้พาเธอมาถึงศาลจังหวัดเชียงใหม่  เธอมุ่งหน้าไปที่จุดนัดพบทันที  </p>
<p>ที่ห้องรับรองที่ 4208  ประตูห้องเปิดอยู่  ชาย 2 คน  นั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะแบบวงกลมแบบหรูหรา  ชายสองคนนั่งบนเก้าอี้คนละตัว  เก้าอี้ว่างหนึ่งตัว  สำหรับเธอ  </p>
<p>"เชิญนั่ง  คุณทนาย"  เสียงจากชายหนึ่งในห้องนั้นเชิญ  เธอลงนั่ง</p>
<p>"ขอบคุณค่ะ"</p>
<p>"เชิญท่านอัยการเฉลิมชัย"</p>
<p>"จำเลยในคดีที่คุณต้องว่าความให้นี้  เป็นทายาทคนเดียวของคุณอิศเรศ  วิศวกรการบิน  ที่ออกแบบรถรุ่นใหม่ให้กับบริษัทผลิตอากาศยาน  ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการทดลองอยู่  เมื่อ 2 ปีก่อน  เขาซื้อรถคันหนึ่ง  เป็นรถกันกระสุน  โดยทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัททีเป็นโจทก์ในคดีนี้  เราทราบว่าเขาทำสัญญาเช่าซื้อ เพื่อตกแต่งบัญชีทางการเงิน  คุณอิศเรศผ่อนชำระมาเรื่อย  เมื่อ 8 เดือนก่อน  รถของเขาถูกลอบยิงจากเฮลิปคอปเตอร์  แต่ยิงไม่สำเร็จ  แต่รถเสียหลักไปชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทาง  รถเกิดเพลิงไหม้  แทบทั้งคัน  แต่คุณอิศเรศรอดตายราวปาฏิหาร  อีก 2  สัปดาห์  เขาเสียชีวิตพร้อมภรรยา  เพราะเครื่องบินเล็กที่เขาขับตก  ที่เชียงราย  ทางการสอบสวนพบว่า  มีคนทำให้เครื่องยนต์ขัดข้อง  สรุปว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ  เขาถูกฆาตกรรม  เราสงสัยคนใกล้ชิดเขา"  อัยการเฉลิมชัยร่ายยาว</p>
<p>"ตอนนี้ลูกชายเขาที่ยังมีชีวิตอยู่  อายุแค่ 12 ปี  เขาจำเป็นต้องมีผู้ดูแลในเรื่องทรัพย์สิน  น้องชายคุณอิศเรศ  เคยยื่นคำร้อง เพื่อขอเป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน  มีญาติฝ่ายเมียคุณอิศเรศมาคัดค้าน  ยังไม่ทันไต่สวน  ผู้ที่มาคัดค้าน  เสียชีวิตทางรถยนต์  ตำรวจยังหาสาเหตุไม่ได้  ผมเลยยกคำร้องของน้องชายคุณอิศเรศด้วย  เพราะดูแล้วลูกชายคุณอิศเรศอาจจะอยู่ในอันตราย  เพราะคุณอิศเรศมีหุ้นกับน้องชายทำบริษัทเกี่ยวกับการบิน  และมีบริษัทในเครืออีกหลายแห่ง  มูลค่ามหาศาลเลย  อัยการเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของคุณอิศเรศ  ผมมีคำสั่งแต่งตั้งท่านอัยการเฉลิมชัยไปแล้ว  แต่อัยการต้องการให้คุณช่วย  เราถึงเรียกตัวคุณมา"  ท่านผู้พิพากษาสมภพร่ายยาวเช่นกัน</p>
<p>"พรุ่งนี้ตอน 9.00 ผมจะอ่านคำสั่ง  แต่งตั้งคุณเป็นทนายความให้กับทายาทของคุณอิศเรศ"  ท่านสมภพกล่าวต่อ</p>
<p>"ผู้กองนิด  มือดีของหน่วยคุ้มครองพยาน  จะคอยดูแลความปลอดภัยให้คุณ  ขอให้โชคดี"  ผู้พิพากษาสมภพ  กล่าวส่งท้าย</p>
<p>เธอลุกจากที่นั่งพร้อมกล่าวลาบุคคลทั้งสอง  แล้วเดินตามหมวดนิดไป  ขึ้นรถที่หน้าศาล</p>
<p>]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]</p>
<p>"คุณนุจรินทร์  ใช่หรือเปล่าครับ"  เสียงชายหนุ่มท่าทางสง่า  ในชุดสูทสีดำ ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอ  พร้อมกับผู้ชายอีก 2 คน</p>
<p>"ลูกเป็นลอยน้ำ 2 วัน"  นุจรินทร์  ถามกลับ  เพราะนี่คือรหัสที่ต้องถาม  เพื่อความปลอดภัยของเธอในภารกิจครั้งนี้</p>
<p>"วันอังคารกับวันพฤหัส"  ชายหนุ่มตอบกลับ </p>
<p>ชายหนุ่มตอบรหัสถูกต้อง  เธอเดินไปกับชายหนุ่มนั้นทันที</p>
<p>มีรถตู้มารอรับเธอที่หน้าสนามบินนานาชาติเชียงใหม่  ชายหนุ่มเปิดประตูรถตู้ให้กับเธอ  แล้วขึ้นไปนั่งตอนหน้าคู่คนขับ  ชายอีก 2 คนเดินไปขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้ออีกคันหนึ่ง  ซึ่งจอดอยู่ข้างหน้า  แล้วรถทั้งสองคันก็เคลื่อนตามกันออกไป
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/23/who-are-you-nujjarin#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Sat, 23 Aug 2008 15:32:43 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>โอ.เจ.ซิมป์สัน  ฆ่าคน  หลุดดีได้อย่างไร</title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/23/aaaeaaaaaaoeaaa-aaaaa-aayaaaauaaaaacaaaaa</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/23/aaaeaaaaaaoeaaa-aaaaa-aayaaaauaaaaacaaaaa</guid>
		<description><![CDATA[<p>โจเรน-ฮาล เจมส์ ซิมป์สัน  หรือ โอ.เจ.ซิมป์สัน  นักอเมริกันฟุตบอล ชื่อดังระดับโลก  ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแห่งนครลอสแองเจอลิส  ในข้อหาฆาตกรรมอดีตภรรยาและชายค่ใหม่<br />
คดีนี้มีการประโคมข่าว  เป็นที่สนใจของคนทั่วโลก<br />
คนทั่วโลกตั้งข้อสังเกตว่าเขาคงไม่พ้นผิด<br />
การสืบพยานทั้งฝ่ายอัยการโจทก์  และทนายฝ่ายจำเลย  ใช้เวลายาวนานถึง 8 เดือน<br />
โจทก์สืบพยานทั้งสิ้น 72 ปาก  จำเลยสืบพยาน 54 ปาก<br />
พยานเอกสารและพยานวัตถุที่ยื่นต่อศาลของฝ่ายโจทก์  723 ชิ้น  ของฝ่ายจำเลย  392  ชิ้น<br />
คำให้การพยานโจทก์และจำเลยในคดีนี้  มีมากถึง 5,000  หน้า<br />
โจทก์ใช้เวลาสืบพยานหลักฐานฝ่ายตน  34 วัน  โดยใช้อัยการถึง 9 คน<br />
จำเลยใช้ทนายความแก้ต่าง  11 คน<br />
นครรัฐลอสแองเจอริสเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีนี้เป็นเงินทั้งสิ้น  9 ล้านดอลล่าร์<br />
ส่วนฝ่ายจำเลยไม่เป็นที่เปิดเผย  แต่คาดว่าจะสูงกว่าโจทก์  หลายเท่าตัว</p>
<p>สื่อมวลชนที่ติดตามข่าวการดำเนินคดีนี้อย่างใกล้ชิดติดพัน  มีมากกว่า 1,000  ราย  โดยศาลจัดห้องให้นักข่าวเป็นพิเศษ  มีโทรศัพท์ติดตั้งให้ใช้ในการส่งสัญญาณข่าวไปยังต้นสังกัดของตนถึง 250 เครื่อง<br />
คณะลูกขุนต้องทำงานถึง 370 วัน  นับแต่วันได้รับเลือก  โดยใช้เวลาแยกแยะข้อเท็จจริง 263  วัน<br />
ส่วน โอ.เจ.ซฺมป์สัน  ต้องถูกขังระหว่างพิจารณ  472  วัน  เพราะศาลไม่ยอมให้ประกันตัว</p>
<p>******************************************************************<br />
โอ.เจ.ซิมป์สัน  เป็นนักอเมริกันฟุตบอล  มีชื่อก้องโลก  การตกเป็นจำเลยของเขาจึงเป็นที่สนใจของคนทั้งโลก<br />
เขาถูกกล่าวหาว่าฆ่าอดีตภรรยา  นิโคล  บราวน์  ซิมป์สัน  กับคู่ใหม่ของเธอ  ชื่อ  โรนัลด์  โกลแมน<br />
เหตุเกิดเมื่อวันที่  12  มิถุยายน  1994  เวลาประมาณ  22.22 น.  ตามคำฟ้องของอัยการโจทก์   พฤติการณ์ในการฆ่าเหี้ยมโหด  โดยอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ศาลลงโทษฐานฆ่าคนโดยวางแผนและไตร่ตรองไว้ก่อน  เพราะที่ศพของผู้ตายทั้งสองถูกแทงและเชือดคอเกือบขาดด้วยมีดปลายแหลม  และมีร่องรอยการต่อสู้ด้วย<br />
******************************************************************</p>
<p>ต่อไปนี้คือลำดับเหตุการณ์ตามที่อัยการโจทก์นำสืบต่อศาล<br />
21.22 น.ของคืนวันที่ 12 มิถุนายน 1994  อลัน ปาร์ค  ขับรถลีมูซีนไปรับซิมป์สันที่คฤหาสน์หรูหราของซิมป์สัน เพื่อรับเขาไปสนามบิน  แต่พอไปถึงไม่พบซิมป์สัน<br />
22.01 น.ของคืนเดียวกัน  ซิมป์สันปรากฎตัวที่รถ  โดยแคลิน กับ อลัน  ช่วยกันขนกระเป๋าของเขาขึ้นรถ เพื่อไปที่สนามบิน<br />
00.10 น.พบศพของนิโคลและโรแนลด์ สภาพศพถูกแทงและเชือดคอจนเกือบขาด  ร่องรอยบาดแผลที่ศพโรแนลด์แสดงให้เห็นว่ามีร่องรอยการต่อสู้<br />
04.15 น.ซิมป์สันเช็คอินเข้าโรงแรมโอแฮร์ พลาซ่า ในชิคาโก้  อีก 15 นาที ต่อมาตำรวจได้บุกเข้าไปในคฤหาสน์ของเขา  และพบเลือดเป็นทาง  พร้อมถุงมือและถุงเท้าเปื้อนเลือด<br />
12.00 น.ของวันที่ 13 มิถุนายน 1994  ซิมป์สันถูกควบคุมตัว  แต่ถูกปล่อยตัวมาในวันเดียวกัน<br />
17 มิถุนายน 1994  ตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  แต่ซิมป์สันไม่ยอมมอบตัว  เขาถูกไล่จับได้บนถนนฟรีเวย์  ศาลไม่อนุญาตให้ประกันดัว<br />
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,</p>
<p>ศาลนครลอสแองเจอลิส เริ่มพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม  1994<br />
ฝ่ายอัยการมีมาร์เซีย  คลาร์ค  กับคริสโตเฟอร์  ดาร์เดน  อัยการมือหนึ่งเก่งที่สุดในกรมอัยการของลอสแองเจอลิส  เป็นผู้นำทีม<br />
โดยฝ่ายอัยการโจทก์ได้เปิดคดีด้วยอุปนิสัยของซิมป์สัน ว่า  หากดูเผินๆ แต่เปลือกนอก  ซิมป์สันเป็นคนใจดี  มีเมตตา  แต่พฤติกรรมที่แท้จริงของเขากลับเป็นคนขี้อิจฉา  เจ้าอารมณ์  เคยทุบตีนิโคล  ภรรยา  จนยับเยิน  นิโคลเคยเข้าแจ้งตำรวจอย่างน้อย 8 - 9 ครั้ง  และภ่ายภาพฟกช้ำดำเขียวไว้ด้วย  ภาพที่โดนซ้อมจนแขนขาเดาะก็มี  โดยเธอเก็บภาพนี้ไว้ในตู้นิรภัย  เพราะเธอเชื่อว่าซิมป์สันต้องฆ่าเธอแน่ๆ<br />
โดยที่คดีนี้  ไม่มีประจักษ์พยาน  อัยการโจทก์จึงเน้นที่การพิสูจน์ด้วย DNA ซึ่งได้ผลยืนยันว่า  คราบเลือดที่พบในที่เกิดเหตุ  กับที่พบที่คฤหาสน์ของซิมป์สัน และที่ถุงมือถุงเท้าของเขาเป็นของซิมป์สันจำเลย<br />
นอกจากนั้นยังได้นำสืบเน้นที่เวลาใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุฆาตกรรมในคดีนี้ด้วย  นั่นคือ เมื่อฆ่าผู้ตายทั้งสองที่คอนโดของนิโคลแล้ว  จำเลยก็ขับรถฟอร์ดบร็องโก้ของตัวกลับบ้าน ซ฿งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร  พอกลับถึงบ้านก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด  แล้วออกมาพบอลัน ปาร์ค  แก้ตัวกับปาร์คว่า  เผลอนอนหลับไป  จึงไม่ได้ออกไปพบตามเวลานัด<br />
การที่จำเลยว่าจ้างอลันให้ขับลีมูซีนขับไปส่งที่สนามบินและบินไปชิคาโก้  อัยการเน้าว่าเป็นการกระทำเพื่ออ้างฐานที่อยู่ไว้ต่อสู้คดี<br />
พยานหลักฐานที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ นักสืบมาร์ค  ฟรีแมน  ผู้พบถุงมือเปื้อนเลือดในคฤหาสน์ของจำเลย  อันสอดคล้องกับการทำ DNA เพื่อพิสูจน์ว่ารอยเลือดในที่เกิดเหตุกับที่คฤหาสน์ของจำเลยเป็นกลุ่มเดียวกัน  แต่พยานปากนี้ถูกโจมตีเป็นตำรวจผิวขาวที่นิยมเหยียดผิว<br />
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,<br />
ผู้พิพากษาลานซ์  อิโตะ  ซึ่งเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น  เป็นผูพิพากษาในคดีนี้  ชี้แจงกับคณะลูกขุนว่า  ถ้าพยานหลักฐานโจทก์มีความสงสัยตามสมควร  คณะลูกขุนต้องชี้ขาดว่าจำเลยไม่ผิด  แต่ถ้าชี้ว่าจำเลยไม่ผิด  ต้องถุกปล่อยตัวทันที<br />
คำชี้ขาดของคณะลูกขุน  คือ  จำเลยไม่ผิด หรือ น็อต กิลตี้<br />
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,<br />
หากใครไม่ได้อ่านต่อ  คงเดาไม่ถูกว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง  ทั้งที่หลักฐานหลายชิ้นมัดตัวซิมป์สันแน่นหนาจนแทบไม่มีทางออก  แม้แต่ตัวซิมป์สันเอง  ยังคิดว่าตัวเองต้องถูกพิพากษาว่าผิด<br />
ติดตามกันดูครับ<br />
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,</p>
<p>ศาลพิพากษาว่าจำเลยไมมีความผิด  เพราะสาเหตุมีเหตุสงสัยตามสมควรนั่นเอง<br />
อะไรที่ทำให้คณะลูกขุน  และศาลสงสัยพยานโจทก์<br />
อัยการโจทก์เอานักสืบเหยียดผิว อย่างมารค์  ฟรีแมน  ขึ้นให้การ  โดยเขาโกหกว่าไม่เคยเหยียดผิว  ทั้งที่มีเทปบันทึกเสียงว่า  เขาทำพยานหลักฐานเท็จ  ฟรีแมนเป็นคนพบหลักฐานสำคัญในคดี  คือ  ถุงมือเปื้อนเลือด  แต่เหตุที่เขาเป็นคนเหยียดผิว  จึงทำให้คดีอยู่ในข่ายต้องสงสัย  และเปิดช่องให้ทนายจำเลยชัดเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่<br />
และถุงมือเปื้อนเลือดที่ซิมป์สันได้มาเป็นของกลาง  แต่ต้องยัดมันตั้งนาน  กว่าจะสวมมือจำเลยได้<br />
ทั้งรอยเลือดก็ถูกปล่อยให้แห้งไปตั้งนาน  ทำให้เลือดที่ได้จึงไมพอต่อการพิสูจน์<br />
เหตุผลของพยานหลักญานที่คลุมเครือ  ศาลต้องยกฟ้อง<br />
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,<br />
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/23/aaaeaaaaaaoeaaa-aaaaa-aayaaaauaaaaacaaaaa#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Sat, 23 Aug 2008 15:25:00 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>อายุความคดีเช่าซื้อ </title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aaacaaaaaaaauaeasaaaaaa</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aaacaaaaaaaauaeasaaaaaa</guid>
		<description><![CDATA[<p>อายุความคดีเช่าซื้อ </p>
<p>ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ อายุความ 2 ปี</p>
<p>ค่าเสียหายจากการที่ผู้เช่าซื้อใช้ทรัพย์สินโดยมิชอบ อายุความ 6 เดือน</p>
<p>ค่าขาดราคา ค่าขาดประโยชน์ ค่าติดตาม เรียกให้ส่งคืนหรือใช้ราคาแทน อายุความ 10ปี
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aaacaaaaaaaauaeasaaaaaa#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 04 Aug 2008 16:07:30 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ความรู้เรื่องเครดิตบูโรหรือ แบล็คลิส blacklist </title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aaaaaaaaeaaaaaaeaaaaaasaaaaaaa-aasayaaayaa-blacklist</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aaaaaaaaeaaaaaaeaaaaaasaaaaaaa-aasayaaayaa-blacklist</guid>
		<description><![CDATA[<p>ความรู้เรื่องเครดิตบูโรหรือ แบล็คลิส blacklist </p>
<p>ความรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร</p>
<p>ช่วงนี้มีแต่คนถามเกี่ยวกับเรื่องการติดแบล็คลิส เครดิตบูโร เห็นว่าคนทั่งไปยังมีความเข้าใขที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อยุ่ค่อยข้างมากทีเดียว จึงรวบรวมข้อมูล จาก web ของ ncb มี สรุปคร่าวๆ ข้อมูลที่เก็บเครดิตบูโรจะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลของการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิต ซึ่งข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วย ข้อมูลส่วนที่บ่งชี้ตัวบุคคล เช่น ชื่อ ทีอยู่ เลขประจำตัวประชาชน และอีกส่วนหนึ่งเป็นประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิต รวมเรียกว่า "รายงานข้อมูลเครดิต" รายงานข้อมูลเครดิตจะมีการบันทึกและจัดเก็บวงเงินยอดหนี้คงค้าง รวมถึงประวัติการผิดนัดชำระในแต่ละสิ้นเดือนย้อนหลังไม่เกิน 36 เดือน ข้อมูลเครดิตในฐานข้อมูลมิใช่เป็นแบล็กลิสแต่อย่างใด จะเป็นการรายงานประวัติการผ่อนชำระตามความเป็นจริง และในกรณีที่มีการประนอมหนี้และผ่อนชำระ โดยไม่เคยค้างชำระ ธนาคารก็จะรายงานเป็นปกติ เพราะสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขใหม่ ในกรณีที่ถูกฟ้องศาลหรือขายทอดตลาด สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะส่งข้อเท็จจริงดังกล่าวมาบันทึกในระบบฐานข้อมูลของบริษัทด้วยข้อมูลเครดิตมีการบันทึกไว้ทุกๆ สิ้นเดือน เป็นลักษณะของประวัติ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นเป็นรายเดือน โดยสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตมีหน้าที่นำส่งข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าเข้ามาในฐานข้อมูลของบริษัท และเมื่อมีการชำระหนี้เสร็จสิ้นทั้งหมดในเดือนใด ก็จะรายงานว่าปิดบัญชี ไม่มีภาระหนี้คงเหลือแล้วในเดือนนั้น และข้อมูลดังกล่าวจะจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลอีก 3 ปี นับจากวันที่ได้รับรายงานจากสมาชิก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วข้อมูลจะถูกลบออกไป เพียงแต่จะปรากฏข้อมูลใหม่ว่าได้ชำระเสร็จสิ้นแล้วปัจจุบันนี้ประวัติการชำระค่าโทรศัพท์มือถือยังไม่ถูกนำส่งมาที่บริษัทข้อมูลเครดิต จึงไม่มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อปัจจุบันยังไม่มีการนำส่งข้อมูลจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเข้ามาในระบบข้อมูลเครดิตสามารถตรวจสอบข้อมูลเครดิตได้ด้วยตัวท่านเอง ผ่าน ธนาคารนครหลวงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศได้
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aaaaaaaaeaaaaaaeaaaaaasaaaaaaa-aasayaaayaa-blacklist#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 04 Aug 2008 16:02:42 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ไฟแนนซ์จะยึดรถ ต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาก่อนหรือไม่ </title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aayaaaaaoeaaacaaaa-aaaaaauaaaaaaaasaaaeayaaaaaaaaaaaaaaaaaa</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aayaaaaaoeaaacaaaa-aaaaaauaaaaaaaasaaaeayaaaaaaaaaaaaaaaaaa</guid>
		<description><![CDATA[<p>ไฟแนนซ์จะยึดรถ ต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาก่อนหรือไม่</p>
<p>ไฟแนนซ์สามารถยึดรถคืนได้เลยหรือไม่ หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้มากกว่า 3 งวดติดต่อกัน</p>
<p>เพราะที่พบเห็นก็คือมีทำแบบนี้กันทุกที่เลย</p>
<p>แต่มีคุณคนหนึ่งมาบอกว่าทำไม่ได้ ต้องขออำนาจศาลก่อน ก็เลยงงงงว่าแล้วที่ทำกันทั่วประเทศก็ผิดกฏหมายน่ะสิ รบกวนช่วยตอบด้วยนะครับ</p>
<p>ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเสมอไปครับ เพียงแต่มันมีข้อแตกต่างกันนิดหน่อยครับ</p>
<p>ต้องย้อนกลับไปดูที่การชำระค่างวดครับ ถ้าชำระตรงทุกงวดมาตลอด แล้วขาดส่งไปเลย แบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาครับ มายึดได้เลยเมื่อขาดส่งครบ 3 เดือน (ระยะเวลาเนี่ย แล้วแต่จะระบุในสัญานะครับ ที่ว่า 3 เดือน เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างเท่านั้นครับ ส่วนจริงๆจะกี่เดือนต้องดูในสัญญาครับ จะมีระบุไว้ครับ) กรณีนี้สามารถเรียกร้องเอากับผู้เช่าซื้อได้ตามสัญญาทุกประการ</p>
<p>ถ้าชำระไม่ตรง เช่น กำหนดชำระวันที่ 5 แต่เราชำระวันที่ 6 บ้าง 8 บ้าง 10 บ้าง แต่ไฟแนนซ์ก็รับไว้โดยไม่ว่าอะไร กรณีนี้ส่วนใหญ่จะมีหนังสือบอกเลิกสัญญาครับ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป แล้วแต่บริษัทครับ แต่ส่วนมากจะมีครับ</p>
<p>ข้อแตกต่างอยู่ตรงที่ ถ้าชำระไม่ตรง เมื่อมีหนังสือบอกเลิกสัญญา แล้วมายึดรถ ถือว่าผู้เช่าซื้อเป็นฝ่ายผิดนัด ต้องรับผิดตามสัญญา<br />
ถ้าชำระไม่ตรง และไม่มีหนังสือบอกเลิกสัญญา แต่มายึดรถเลย กฎหมายถือว่าเป็นการสมัครใจเลิกสัญญากัน ต่างฝ่ายต่างคืนสู่ฐานะเดิม ไม่มีฝ่ายใดผิดนัด ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกร้องเพียงค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระระหว่างวันที่ไม่จ่ายค่างวด จนถึงวันที่ยึดรถไป ค่าขาดประโยชน์เรียกได้ ค่าขาดราคาเรียกไม่ได้ มันต่างกันตรงนี้ครับ
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aayaaaaaoeaaacaaaa-aaaaaauaaaaaaaasaaaeayaaaaaaaaaaaaaaaaaa#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 04 Aug 2008 15:57:19 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>กลโกงไฟแนนซ์ </title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c</guid>
		<description><![CDATA[<p>กลโกงไฟแนนซ์<br />
วันนี้ผมจะเปิดโปงกลโกงของไฟแนนซ์บางเรื่อง ขอย้ำว่าบางเรื่องเท่านั้น</p>
<p>1.สัญญาที่คุณทำกับไฟแนนซ์ คือสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเป็นสัญญาสำเร็จรูป นั่นคือ คุณไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือต่อรองใดๆ ในสัญญานั้นได้เลย หน้าที่ของคุณ คือ ลงชื่อ เท่านั้น ไม่งั้นก็อด เท่านี้ คุณก็อยู่ในภาวะที่ไม่อาจขัดขืนได้</p>
<p>2.ต่อมาเมื่อคุณลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อแล้ว บางคนดีใจ ฉลองรถใหม่กันหน้าชื่น คุณต้องชำระหนี้เขา ทุกวันที่....ตามที่เขากำหนด หากจ่ายช้า จะมีเสียงโทรศัพท์แวดใส่หูคุณ พร้อมกับคำที่คุณไม่ค่อยอยากจะฟัง พอๆกับบอกว่า "...กรุณาเติมเงินด้วยค่ะ" ทำนองนั้น หลังจากนั้น คุณก็ต้องวิ่งตาลีตาเหลือก รีบหามาให้เขา แต่ยังไม่จบแค่นี้ครับ</p>
<p>3.ถ้าคุณจ่ายทุกอย่างดูเหมือนจะจบ แต่ คุณค้าง 2 งวด คุณต้องจ่ายค่างวดทั้ง 2 งวด ค่าติดตาม ซึ่งบางทีเจ้าหล่อนจะแจ้งงว่า 5,000 ค่าเบี้ยปรับล่าช้า บางทียังมีค่าต่อสัญญา อันนี้แหล่ะครับ ที่เริ่มออกอาการแล้ว ซึ่งพอคุณจ่ายไป ไฟแนนซ์ก็จะออกใบเสร็จให้คุณ โดยจะนำไปตัดเป็นค่าติดตาม ค่าเบี้ยปรับ ค่าอะไรต่อมิอะไร แล้วแต่ท่านจะนึกออก สุดท้ายเหลือเท่าไหร่จึงนำมาตัดเป็นค่างวด บางทีจ่ายค่างวดตรงงวดอยู่ แต่ทำไมยังถูกบอกว่ายังไม่ทันงวดซักที คุณโทรไปเถียง เจ้าหล่อนก็จะบอกคุณแค่ว่าเป็นระเบียบบริษัท คุณก็จะได้แต่มึนเท่านั้นเอง บางบริษัท สุดโกง ไม่ออกใบเสร็จให้ก็มี เพราะอะไรรู้มั๊ยครับ เพราะเงินที่เขารับจากเรา หากมีใบเสร็จต้องเสียภาษีไงหล่ะ บางทีออกย้อนหลัง หลังจากครบปีภาษีแล้วก็มี คุณไม่มีทางตรวจสอบเขาได้หรอกครับ อย่าไปคิด</p>
<p>4.ทีนี้หากคุณผ่อนไม่ไหว ค้างค่างวดหลายงวด เข้าข่ายผ่อนไม่ไหวแล้ว ไฟแนนซ์ก็จะมีหนังสือมาบอกเลิกสัญญา โดยแจ้งยอดว่าคุณต้องชำระเท่าไหร่ ภายในกี่วัน มิฉะนั้นจะถือเอาหนังสือนี้เป็นการบอกเลิกสัญญา แล้วจะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้รับจ้างจากไฟแนนซ์ ไปยึดรถคุณถึงบ้าน เขาจะพูดคุยกับคุณสารพัดเพื่อให้คุณคืนรถแต่โดยดี แต่คำยอดฮิตก็คือ "คืนรถแล้วทุกอย่างก็จบ...ไม่ต้องจ่ายอะไรอีก " หากเจอถ้อยคำทำนองนี้ คุณโดนหลอกครับ และที่สำคัญ มันมักจะไปยึดตอนที่เราไม่รู้ตัว อุปกรณ์ตกแต่งรถที่เราตกแต่งเพิ่ม มันตกเป็นของเขาซะแล้ว ไม่มีโอกาสได้รื้อหรือเก็บออกจากรถเลย (ผมมีคดีหนึ่งมาปรึกษาผม ให้ดูเป็นอุทธาหรณ์ ผู้เช่าซื้อผ่อนรถไม่ไหว รอไฟแนนซืมายึด วันเกิดเหตุขับรถคันนี้ มาทำงานและจอดไว้ที่ทำงานตามปกติ ออกจากที่ทำงานจะกลับบ้าน ไม่เห็นรถ นึกว่าไฟแนนซ์มายึดไปแล้ว แกก็เฉย นึกว่าไม่มีอะไร ต่อมามีคำฟ้องเรียกให้แกคืนรถ แกเลยงง เอาเข้าจริงๆรถคันนี้โดนขโมยครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่านอนหลับทับสิทธิครับ ไม่เช่นนั้น อาจเป็นเช่นนี้ ใครก็ช่วยคุณไม่ได้)</p>
<p>5.เมื่อพี่ท่านยึดไปแล้ว ท่านก็จะนำไปขายทอดตลาด บอกว่าขายตามสภาพ แต่ความเป้นจริง รถบางคันมีประกันชั้นหนึ่ง หากซ่อมก่อน ก็จะได้ราคาสูงกว่านี้ แต่พี่ท่านไม่ยอมทำครับ ไม่ทราบสาเหตุ นอกจากว่าไม่ใช่เรื่องของผม การตั้งราคาขายทอดตลาดก็จะต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป เขาก็จะประกาศให้คนมาซื้อ แต่ส่วนใหญ่คือพวกเต๊นท์รถครับ เขาจะขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 4 หมื่น - 1 แสนบาทเลยครับ </p>
<p>6.เมื่อขายได้แล้วพี่แก ก็จะให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้คุณไปใช้หนี้ตามที่เขากำหนด เป็นธรรมหรือไม่ คนที่เคยเจอตอบได้ชัดเจนที่สุดครับ</p>
<p>7.หากคุณไม่ใช้พี่แกก็จะฟ้องครับ ฟ้องอะไรบ้างติดตามดูความโกงขอไฟแนนซ์กันต่อ<br />
1.ค่าขาดราคา (ในกรณียึดรถได้) ราคาที่เขาขายมันต่ำครับ อันนี้เรื่องแรก ยังไม่หมดครับ เวลาฟ้องค่าขาดราคา พี่แกจะคิดตามสัญญาเลย โดยนำภาษีมูลค่าเพิ่มมารวมด้วย แต่ตัวเลขที่ขายได้ พี่แกไม่นำภาษีมูลค่าเพิ่มมารวมครับ และอ้างว่าเราใช้รถโดยไม่รักษา ทั้งที่รถเราใช้อย่างทะนุถนอมสุดขีด<br />
2.ให้ชดใช้ราคา (ในกรณียึดรถไม่ได้) ในกรณีนี้พี่แกเรียกเต็มราคาเลยครับ ผิดกับกรณียึดรถขายทอดตลาด พี่แกจะให้ราคาต่ำมาก<br />
3.ค่าขาดประโยชน์ พี่แกจะอ้างว่าสามารถนำออกให้เช่าได้ทั้งที่พี่แกไม่เคยเอาออกให้เช่าเลย<br />
4.ค่าติดตาม บางไฟแนนซ์เรียกซะเวอร์ 5 พันมั่ง 8 พันมั่ง<br />
5.ดอกเบี้ย ตามกฎหมายมีสิทธิเรียกได้แค่ 7.5 เรียกให้ตายก็ได้แค่นี้ แต่บางไฟแนนซ์แกเรียก 15 บางทีล่อเอา mrr mrl อะไรมั่วไปหมด </p>
<p>ยังไม่หมดเท่านี้ครับ ผมบอกแล้วว่าเป็นบางเรื่อง </p>
<p>เมื่อฟังเรื่องไฟแนนซ์ตัวแสบแล้ว </p>
<p>โรบินฮู๊ดยุคไซเบอร์อย่างเรารึจะยอมแพ้ ใครอยากรู้วิธีแก้กลโกงของไฟแนนซ์ แบบถูกกฎหมาย เมล์ไปที่ tentitle@gmail.com
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 04 Aug 2008 15:54:19 +0100</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>เทคนิคในการเตรียมตัวสู้คดีไปแนนซ์ที่คุณต้องเตรียม เพื่อเอาชนะไฟแนนซ์ </title>
	<link>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aeaaaaaafaaaaaeaaauacaaaaaaaaaauaaaaaaaoeaauaaaaaaaaaeaaauaca-aeazaaaaeaaasaaaayaaaaaoe</link>
	<guid>http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aeaaaaaafaaaaaeaaauacaaaaaaaaaauaaaaaaaoeaauaaaaaaaaaeaaauaca-aeazaaaaeaaasaaaayaaaaaoe</guid>
		<description><![CDATA[<p>เทคนิคในการเตรียมตัวสู้คดีไปแนนซ์ที่คุณต้องเตรียม เพื่อเอาชนะไฟแนนซ์ </p>
<p>ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า ต้องรู้ก่อนว่าไฟแนนซ์เขามีสิทธิเรียกร้องอะไรบ้าง<br />
มาดูกัน<br />
1.ค่าเช่าซื้อทื่ค้างชำระ<br />
2.ค่าขาดประโยชน์<br />
3.ค่าขาดราคา (ในกรณีที่เขายึดรถแล้วนำไปขายทอดตลาด)<br />
4.ค่าติดตาม<br />
5.ดอกเบี้ย</p>
<p>สิ่งที่เราต้องเตรียมไว้ก็คือ<br />
1.ใบเสร็จรับเงินทุกใบที่เราได้รับจากไฟแนนซ์<br />
2.สัญญาเช่าซื้อ<br />
3.หนังสือบอกเลิกสัญญา<br />
4.ราคาเงินสดของรถที่เช่าซื้อ<br />
5.ราคารถตามท้องตลาดขณะที่เขามายึดรถ ถ้าจะให้ดีควรมีหนังสือรถมือสองเก็บไว้เปรียบเทียบไว้ก่อน)<br />
6.ภาพถ่ายรถ ตัวเลขเข็มไมล์ กรมธรรม์ประกันภัย</p>
<p>วิธีการและขั้นตอนของไฟแนนซ์<br />
1.เมื่อคุณขาดส่ง เขาจะให้คนโทรตามคุณ<br />
2.หากคุณขาดส่งเกิน 3 งวด หรือ กี่งวดก็แล้วแต่ตามสัญญา เขาจะให้คนตามยึด<br />
3.เมื่อเขายึดได้ เขาจะนำรถออกไปขายทอดตลาด<br />
4.ไฟแนนซ์จะมีหนังสือแจ้งคุณว่าจะขายเมื่อใด แต่จะให้โอกาสคุณไปใช้หนี้ก่อน หากคุณไม่ไปใช้หนี้ เขาก็จะขายทอดตลาด<br />
5.สุดท้ายไฟแนนซ์ก็จะยื่นฟ้องคุณ</p>
<p>แล้วผมจะเปิดโปงกลโกงของไฟแนนซ์ให้ทราบกันคราวหน้าครับ<br />
สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tentitle@gmail.com
</p>
<p><a href="http://lawthai.nireblog.com/post/2008/08/04/aeaaaaaafaaaaaeaaauacaaaaaaaaaauaaaaaaaoeaauaaaaaaaaaeaaauaca-aeazaaaaeaaasaaaayaaaaaoe#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 04 Aug 2008 15:48:13 +0100</pubDate>	</item>
</channel>	
</rss>
 
